จับคนร้ายใช้ปืนชิงทรัพย์คนพิการพูดไม่ได้

311035ผบก.ภ.จว.พิษณุโลกแถลงผลการจับกุมนายนพพล  พลนิ่ม อายุ 29            ปี ชาวจ.สุโขทัย ใช้อาวุธปืนจี้ข่มขู่ชิงทรัพย์ชายพิการพูดไม่ได้ ได้กระเป๋าสะพาย โทรศัพท์มือถือและเงิน 60 บาท บริเวณทางเข้าบ้านโปร่งหม้อข้าว หมู่ 4 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลกเมื่อ 2 มีค.58  แกะลอยจากการใช้โทรศัพท์มือถือของเหยื่อตามจับได้ที่บ้านพักจ.สุโขทัย เคยต้องโทษคดียาเสพติดและคดีลักทรัพย์มาแล้ว พึ่งพ้นโทษจำคุกมาเมื่อปี57

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 5 มี.ค. 2558 พล.ต.ต.พิสิฐ  ตันประเสริฐ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก พร้อมด้วย พ.ต.ต.ดำรงค์  หมื่นอาจยิ้ม ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก กับพวกนำตัว นายนพพล  พลนิ่ม อายุ 29 ปี บ้านเลขที่ 337/2 หมู่ 13 ต.บ้านสวน อ.เมือง จ.สุโขทัย ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้อาวุธปืนฯ พร้อมของกลางรถ จยย.ฮอนด้า รุ่น เวฟไอ สีขาว-ดำ ทะเบียน กษข 713 สุโขทัย โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง หมวกกันน๊อคแบบเต็มใบสีดำ 1 ใบ เสื้อคลุมสีดำ 1 ตัว อาวุธปืนปลอมพลาสติก 1 กระบอก และกระเป๋าสตางค์ สีดำ 1 ใบ มาแถลงข่าวผลการจับกุมต่อสื่อมวลชนที่ห้องประชุม สภ.เมืองพิษณุโลก

311038

โดยก่อนหน้านี้เวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา ตำรวจได้รับแจ้งจาก นายบุญเรือง  นอบเผือก อายุ 35 ปี บ้านเลขที่ 4/1 หมู่ 4 ต.ท่าโพธิ์  อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นผู้พิการพูดไม่ได้ว่า มีคนร้ายจำนวน 1 คน ขับขี่รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีขาว ไม่ทราบหมายเลขทะเบียน ประกบรถของตนแล้วใช้อาวุธปืนจี้ข่มขู่ และกระชากกระเป๋าสะพายไป ภายในมีโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่องและเงินสด 60 บาท เหตุเกิดบริเวณทางเข้าบ้านโปร่งหม้อข้าว หมู่ 4 ต.ท่าโพธิ์ อ.เมืองพิษณุโลก ต่อมาตำรวจสืบสวนจนทราบว่าคนร้ายคือนายนพพล ซึ่งพักอาศัยอยู่ที่บ้านเลขที่ 149/47 ซอยตาลเดียว ต.ธานี อ.เมือง จ.สุโขทัย ครอบครองโทรศัพท์ของนายบุญเรืองที่ถูกชิงไปอยู่ เพราะมีการใช้โทรศัพท์หลายครั้ง จึงติดตามไปพบตัวอยู่ที่บ้านพัก ตรวจค้นพบโทรศัพท์ของกลางสอบถามรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุชิงทรัพย์นายบุญเรืองจริง

311036

และสอบขยายผลทราบว่า รถ จยย.ที่นายนพพลใช้อยู่ เป็นรถที่ได้มีการแจ้งความหายไว้ที่ สภ.เมืองสุโขทัย จึงประสานให้ท้องที่ทราบ เพื่ออายัดตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พล.ต.ต.พิสิฐ ผบก.ภ.จ.พิษณุโลก เปิดเผยว่า นายนพพลผู้ต้องหารายนี้ มีภรรยาและบุตร 2 คน เคยต้องโทษคดียาเสพติดและคดีลักทรัพย์มาแล้ว พึ่งพ้นโทษจำคุกมาเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.2557  หลังพ้นโทษก็ไม่ได้ประกอบอาชีพอะไร สอบถามก็บอกว่าช่วยทางบ้านทำนา ส่วนสาเหตุที่ชิงทรัพย์ครั้งนี้เนื่องจากน้ำมันรถ จยย.ที่ขับขี่มาจะหมด แต่ไม่มีเงินเติมน้ำมันเลยตัดสินใจก่อเหตุดังกล่าว โชคดีที่นายนพพลยังไม่ได้ขายโทรศัพท์ของผู้เสียหายไป ตำรวจชุดสืบสวนจึงติดตามสัญญาณโทรศัพท์ และสามารถจับกุมตัวมาได้ดังกล่าว หลังแถลงข่าวตำรวจได้คุมตัวไว้ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

แสดงความคิดเห็น