ประเพณีลอยเรือสำเภา ความเชื่อและความศรัทธาสืบทอดมากว่า 100 ปี  ที่บ้านวังส้มซ่า

ยามเย็นของวันที่ 18 พฤษภาคม 2567 ที่บริเวณศาลเจ้าแม่ทับทิม ชุมชนโรงเจ๊ก หมู่ 1 บ้านวังส้มซ่า ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก คลาคล่ำไปด้วยคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำและคนไทยในหมู่บ้านที่พากันมาร่วมประเพณีลอยเรือสำเภา ประเพณีที่สืบทอดกันมากว่า 100 ปี นับตั้งแต่บรรพบุรุษชาวจีนไหหลำเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเล หอบเสื่อผืนหมอนใบมาตั้งรกรากที่นี่ ทั้งยังประกอบอาชีพค้าขายทางน้ำ ชีวิตจึงผูกพันอยู่กับสายน้ำ โดยปีนี้มีนายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเปรียบเสมือนเป็นพ่อเมืองพิษณุโลก ได้มาเป็นประธานในพิธีลอยเรือสำเภาของชาวไทยเชื้อสายจีนบ้านวังส้มซ่าแห่งนี้

DCIM/100MEDIA/DJI_1710.JPG

ซึ่งส่วนใหญ่จะจัดกันในเดือน 6 ข้างขึ้น ส่วนวันไหนนั้นแล้วแต่จะกำหนด โดย เริ่มต้นจากการบูชาเจ้าแม่ทับทิม เทพธิดาแห่งท้องทะเล ตลอดจนเป็นการสะเดาะเคราะห์ เพื่อความเป็นสิริมงคล รำลึกถึงบรรพบุรุษ จนนำมาสู่ศูนย์รวมจิตใจของคนไทยเชื้อสายจีนไหหลำและคนในหมู่บ้านวังส้มซ่า

โดยประเพณีลอยเรือสำเภา เริ่มจากการต่อเรือสำเภาจำลอง โดยหาไม้ไผ่สีสุกขนาด 9 ปล้อง นำมาสับให้ได้ 9 ซี่ เพื่อความเป็นสิริมงคล โดยผู้สูงวัยซึ่งมีความเชี่ยวชาญนำคนรุ่นใหม่มาช่วยกันต่อลำเรือแบบเรียบง่าย พร้อมตกแต่งด้วยกระดาษหลากสี ส่วนชาวบ้านอีกกลุ่มหนึ่งจะไปหาตัดต้นกล้วยเพื่อทำแพสำหรับรองรับลำเรือ แล้วทำการทดสอบก่อนล่วงหน้า

 

โดยกิจกรรมในวันนี้มีนอกจากมีการออกร้านค้าขายอาหารของชาวบ้านชุมชนบ้านวังส้มซ่าแล้ว ยังมีบูธกิจกรรมอื่นอีก เช่น บูธการทำโคมกระดาษ 8 ทิศ บูธระบายสีหน้างิ้ว ซึ่ง นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ได้โชว์การลงสีหน้างิ้วลงบนกระดาษ A4 ซึ่งการเลือกสีแต่ละสี ล้วนแต่มีความหมายที่ดีงาม จากนั้นคณะกรรมการจึงได้เปิดทำการประมูลภาพระบายสีหน้างิ้ว ของผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก โดยเริ่มต้นประมูลที่ราคา 399 บาท มีผู้เข้าร่วมงานแย่งกันประมูลอย่างสนุกสนาน จนสุดท้ายปิดการประมูลอยู่ที่ยอด 4600 บาท โดยยอดเงินจำนวนนี้ได้นำเข้ากองทุนของศาลเจ้าแม่ทับทิม เพื่อไว้ดูแลซ่อมแซมและปรับปรุงบริเวณศาลเจ้าต่อไป

และเมื่อถึงช่วยตอนเย็นใกล้ค่ำจะมีการออกตีผ่าง ผ่าง (ลักษณะคล้ายฆ้อง) ไปรอบหมู่บ้าน เพื่อเป็นสัญญาณให้รับรู้ทั่วกัน พอพระอาทิตย์ตกดิน ชาวบ้านทั้งไทยและจีนนำข้าวสาร เกลือ พริกแห้ง หอม กระเทียม มาใส่ในเรือสำเภา เพื่อเป็นเสบียงอาหาร เหมือนเรือจริงที่จะออกเดินทะเล จากนั้นเป็นการเริ่มพิธีกรรมต่าง ๆ ตั้งแต่การไหว้เจ้าแม่ทับทิมและเทพเจ้าองค์อื่น ไหว้บรรพบุรุษ เผากระดาษเงินกระดาษทอง การจุดประทัดเพื่อขับไล่สิ่งชั่วร้ายและโรคภัยไข้เจ็บ ตามความเชื่อ แล้วนำเรือสำเภาจำลอง ลอยลงสู่แม่น้ำน่าน โดยปีนี้ นายภูสิต สมจิตต์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อมด้วยหัวหน้าส่วนราชการ และชายหนุ่มของหมู่บ้านได้ร่วมกันแบกเรือลงสู่แม่น้ำน่าน ระหว่างทางก็จะมีนางรำ รำตลอดเส้นทางการแบกเรือตั้งแต่ศาลเจ้าแม่ทับทิม จนถึงริมแม่น้ำน่าน และมีการจุดประทัดตลอดทั้งเส้นทาง

เมื่อมาถึงบริเวณริมแม่น้ำน่านแล้ว ทางชินแสของสมาคมไหหลำได้ทำพิธีบูชา ต่อแม่พระคงคา เพื่อขออนุญาต ลอยเรือสำเภา จากนั้นก็มีการจุดประทัดอีกชุดใหญ่ ก่อนจะเริ่มพิธีแบกเรือสำเภาวางลงบนแพกล้วย และลากไปยังกลางแม่น้ำน่าน ก่อนจะปล่อยให้เรือสำเภา ได้ลอยไปตามผิวน้ำของแม่น้ำน่านจนสุดลูกหูลูกตา เป็นอันเสร็จพิธี

และหลังจากพิธีลอยเรือสำเภาเสร็จสิ้นสิ้นลง ถึงเวลาสังสรรค์ของชาวไทยและชาวไทยเชื้อสายจีนในหมู่บ้าน จากหมู ไก่ ผลไม้ ขนมที่ได้จากเครื่องเซ่นไหว้นั่นเอง ก่อนกลับก็จะหยิบขัน ขวด กระป๋องที่นำมาจากบ้านเพื่อรองรับน้ำมนต์กลับไปด้วย

////////////////////////

 

แสดงความคิดเห็น