
เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 6 มิ.ย.พ.ต.ต.สุเทพ มาดิษฐ์ สารวัตรเวร สภ.วัดโบสถ์ จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุมีคนถูกฆ่าตายที่บ้านพักคนงานภายในสวนยางพารา บ้านโป่งแค หมู่ 10 ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ หลังรับแจ้งจึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบตามลำดับพร้อมรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมด้วย พ.ต.อ.พันชัย ชมพูจันทร์ ผกก.สภ.วัดโบสถ์ แพทย์เวรโรงพยาบาลวัดโบสถ์ เจ้าหน้าที่กู้ภัยบูรภา ที่เกิดเหตุอยู่ในสวนยางพาราภายในห้องแถวไม่มีเลขที่ พบศพชายไม่ทราบสัญชาติ รูปร่างสันทัด สวมเสื้อยืดสีฟ้า กางเกงขาสั้นสีดำ สภาพนอนคว่ำหน้ามีเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วบริเวณ ตรวจสอบมีบาดแผลถูกฟันด้วยของมีคมเข้าที่ใบหน้าและศีรษะเป็นแผลฉกรรจ์หลายแห่ง ในตัวไม่พบเอกสารหรือหลังฐานใดๆ เสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 4 ชั่วโมง ตรวจสอบในห้องนอนพบร่องรอยของการต่อสู้ข้าวของกระจัดกระจาย มีขาดสุราขาวเปิดกินแล้วจำนวน 1 ขวด และที่หน้าห้องพักพบมีดหวดด้ามไม่ไผ่เปื้อนเลือดตกอยู่ จึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนนายวสันต์ อ้นอิ่ม ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 10 ต.คันโช้ง อ.วัดโบสถ์ ให้การว่า สวนยางพาราดังกล่าวได้มี นายนพดล แซ่ลิ้ม อายุ 30 ปี มาทำกิจการสวนยางพารา สร้างห้องแถวไว้ให้คนงานพัก เมื่อสองวันก่อนหน้านี้ผู้ตายพร้อมกับเพื่อนร่วมสี่คน ได้เดินเร่รอนมาที่พักคนงานภายในสวนยางของตนเองคาดว่าทั้งหมดน่าจะเป็นแรงงานต่างด้าวแรงงานพม่า หนึ่งในนั้นสามารถพูดไทยได้และขอทำงานในสวนยางของตนเอง แต่ตนได้ขอดูหลักฐานการทำงาน ซึ่งทั้งหมดไม่มีเอกสารมายืนยันจึงไม่ได้ให้ทำงาน ด้วยความสงสารจึงได้ให้ทั้งสี่คนพักอาศัยอยู่ในห้องพักคนงาน จนกระทั่งเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 5 มิ.ย.ที่ผ่านมามีเสียงทะเลาะวิวาทกันในห้องดังกล่าวแต่ไม่มีใครออกมาดูจนเสียงเงียบไปจนกระทั่งรุ่งเช้า จึงมาพบว่ามีมีถูกฆ่าตายในห้องดังกล่าว ส่วนพวกที่เหลือสามคนได้หลบหนีไม่ทราบทิศทาง

จากการสันนิษฐานในเบื้องต้นคาดว่าทั้งหมดน่าจะเป็นแรงงานชาวพม่าที่มาหางานทำในเมืองไทยและเข้ามาของานทำแต่เจ้าของไร่ไม่อนุญาตให้ทำงานเนื่องจากไม่มีเอกสารการทำงานในประเทศไทย ซึ่งก่อนเกิดเหตุคาดว่าทั้งสี่คนได้นั่งดื่มสุราและเกิดเมาทะเลาะวิวาทกันเองและก่อเหตุฆ่ากันตายก่อนที่จะหลบหนีไป
////
