ปืนยิงน้ำแรงดันสูงทำลายวัตถุระเบิดกระบอกแรกอนุสรณ์ให้กับ ร.ต.ต.เชน

DSC_0737สาม นับสอง นับหนึ่ง จุดระเบิด เสียงดังตูมสนั่นไปทั่วบริเวณ หน้าสถานีตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลกแห่งใหม่  หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ EOD จุดชวนระเบิดด้วยกระแสไฟฟ้า เพื่อทำลายวัตถุต้องสงสัยDSC_0742 โดยเฉพาะวัตถุระเบิดที่มีคุณภาพร้ายแรง จนอาจจะเป็นอันตรายต่อชีวิตของเจ้าหน้าที่เก็บกู้ระเบิด ขณะปฏิบัติหน้าที่ จึงจำเป็นหาอุปกรณ์ที่สามารถช่วยเซฟชีวิตของเจ้าหน้าที่ให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น จนเป็นที่มาของปืนยิงน้ำแรงดันสูงทำลายวัตถุระเบิดกระบอกนี้DSC_0740

 

พล.ต.ต.ชฎิล พรหมไพบูลย์ ผู้บังคับการตำรวจ พิษณุโลก พร้อมชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูธร จ.พิษณุโลก EOD ได้ไปทดสอบประสิทธิภาพการใช้งาน ปืนยิงน้ำแรงดันสูงทำลายวัตถุระเบิด หรือ Water Canonn CHAN MOD -1 โดยทาง ผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.พิษณุโลก ได้จัดหางบประมาณขึ้นมา ซึ่งไม่ได้ใช้งบประมาณของทางราชการจัดซื้อแต่อย่างใด เพื่อให้ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดของตำรวจภูธร จ.พิษณุโลก ได้นำปืนยิงน้ำแรงดันสูงไปใช้ปฏิบัติหน้าที่เพื่อเพิ่มความปลอดภัย และถือเป็นปืนยิงน้ำแรงดันสูงกระบอกแรกของตำรวจภูธรภาค 6DSC_0755สำหรับปืนยิงน้ำแรงดันสูงทำลายวัตถุระเบิด หรือ Water Canon รุ่น CHAN MOD -1 ที่ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิดตำรวจภูภูธรจ.พิษณุโลก จะนำมาใช้ในการกู้วัตถุระเบิดและทำการสาธิตในครั้งนี้ ได้วิจัยและพัฒนาโดย พ.ต.อ.กฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์ นักวิทยาศาสตร์ ( สบ 4 ) กลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ หัวหน้ากลุ่มงานตรวจชีววิทยาและอีเอ็นเอ ที่พัฒนาต่อยอดขึ้นมา เพื่อเป็นอนุสรณ์ให้กับ ร.ต.ต.เชน วรงค์ไพศิฐ เจ้าหน้าที่ EOD จ.นราธิวาสที่เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ในการเก็บกู้วัตถุระเบิดDSC_0745 ซึ่งปืนยิงน้ำแรงดันสูงกระบอกนี้ มีน้ำหนักประมาณ 5-6 กิโลกรัม มูลค่าจะการผลิตด้วยฝีมือนายตำรวจไทยตกอยู่กระบอกละ 50,000 บาท ราคาแตกต่างกับปืนยิงน้ำแรงดันสูงที่สั่งซื้อจากต่างประเทศราคากระบอกละ 600,000 บาท ห่างกันหลายเท่าตัว  แต่คุณภาพนั้นไม่ได้ด้อยไปกว่าจากต่างประเทศแม้แต่น้อย แต่ยังมีคุณภาพที่ดีกว่าอย่างสิ้นเชิง DSC_0775เนื่องจากของต่างประเทศสามารถยิงด้วยหัวกระสุนเพียงขนาดเดียว แต่ของตำรวจไทยสามารถสับเปลี่ยนยิงได้ด้วยหัวกระสุน 3 ขนาด คือ ขนาดที่ 1 เป็นกระสุนน้ำที่ใช้ยิงวัตถุต้องสงสัยที่เป็นหีบ กล่อง ห่อ  ส่วนกระสุนแบบที่ 2 คือ เอวอน  โดยใช้ปูนอูดฟันผสมคาร์ไบท์ เพราะเวลายิงวัตถุระเบิดจะไม่ทำให้เกิดการระเบิดขึ้น แต่ประการใด ส่วนกระสุนแบบที่ 3 คือ ใช้กระสุนปืนลูกซองเอาหัวกระสุนตะกั่วออก ใช้เพียงดินเชื้อเพลิงเท่านั้นในการจุดชนวน ซึ่งสามารจะจุดชนวนได้ทั้งไฟฟ้าและแบตเตอรี่ทั่วไปDSC_0766ส่วนการสาธิตครั้งนี้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจสมมุติฐานว่า พบวัตถุต้องสงสัย จึงได้เข้าไปตรวจสอบ กระทั่งททราบว่าเป็นวัตถุระเบิด แต่ไม่สามารถนำหรือเคลื่อนย้ายออกจากบริเวณดังกล่าว จึงจำเป็นต้องใช้วิธีทำลายทิ้ง  การทดสอบครั้งแรกใช้ถังแก๊สที่มีวงจรระเบิดอยู่ภายในต้องใช้ปืนยิงน้ำแรงดันสูง ที่มีการใช้กระสุนยิงแบบที่ 2 เอวอน หลังจากเจ้าหน้าที่ EOD นำปืนยิงน้ำแรงดันสูงไปติดตั้งที่วัตถุระเบิด โดยให้ปลายกระบอกปืนจ่อไปที่ปลายถังแก๊สซึ่งเป็นจุดรวมวงจร จากนั้นลากสายไฟออกมาจุดระเบิดไปหาที่กำบังไม่น้อยกว่า 50 เมตร ทำการจะต่อสายไฟเข้ากับระบบเชื่อมแบตเตอรี่ จากนั้นส่งสัญญาณ นับสาม นับสอง นับหนึ่ง ก่อนเจ้าหน้าที่ EOD จะเข้าไปตรวจสอบความปลอดภัย และให้สัญญาณเคลียร์จึงจะสามารถเข้าไปตรวจรายละเอียดตามขั้นตอนDSC_0784ในส่วนการทดสอบปืนยิงน้ำแรงดันสูงกับวัตถุระเบิดที่บรรจุอยู่ในกล่องหรือห่อ โดยมีขั้นตอนเหมือนกันทุกอย่าง แต่แตกต่างการประกอบกระสุน เพราะการยิงน้ำแรงดันสูง เจ้าหน้าที่จะใช้หัวกระสุนทำลายโดยเป็นจุกขวดน้ำปลา และใช้น้ำเป็นองค์ประกอบเทใส่ในลำกล้องในจำนวนพอเหมาะ ส่วนกระสุนที่ขับเคลื่อนเป็นกระสุนลูกซองที่อาศัยเพียงเชื้อเพลิงจุดชนวนเท่านั้น DSC_0778โดยใช้ปูนอูดฟันผสมคาร์ไบท์แทนหัวกระสุนทั่วไป ผลปรากฏว่าการยิงปืนแบบนำแรงดันสูง มีความรุนแรงมาก จนทำให้ชิ้นส่วนวัตถุระเบิดกระเด็นไปไกลหลายเมตร แม้แต่ตัวปืนยังกระเด็นลอยขึ้น ซึ่งผิดกับการทดสอบแบบอื่นอย่างเห็นได้ชัดDSC_0740

พ.ต.อ.กฤษฎากร เชวงศักดิ์โสภาคย์ นักวิทยาศาสตร์ ( สบ 4 ) กลุ่มงานตรวจชีววิทยาและดีเอ็นเอ หัวหน้ากลุ่มงานตรวจชีววิทยาและอีเอ็นเอ กล่าวว่า จากผลการทดลองปืนยิงน้ำแรงดันสูงกระบอกนี้  สามารถใช้งานได้ดีในสถานการณ์ทำลายวัตถุระเบิด ยังไม่พบข้อบกพร่องหรือแก้ไขแต่อย่างใด สามารถจะแก้ไขซ่อมแซมได้ หากเกิดความเสียหาย ซึ่งได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่ายในการผลิต จนได้ปืนยิงน้ำแรงดันสูงกระบอกนี้มาใช้งานจริงDSC_0786จากการทดสอบพบว่าปืนยิงน้ำแรงดันสูงเป็นฝีมือของตำรวจไทย ที่น่าได้รับความชื่นชมและนำผลงานไปต่อยอดในการผลิตปืนยิงน้ำแรงดันสูงให้กับหน่วยงานเก็บกู้ระเบิดทั่วประเทศ โดยสำนักงานตำรวจแห่งชาติควรจะจัดงบประมาณให้เพื่อใช้ในการผลิตเพียงกระบอกละ 50,000 บาท ซึ่งสามารถช่วยประหยัดในการสั่งซื้อปืนยิงน้ำแรงดันสูงจากต่างประเทศถึงกระบอกละ 600,000 บาท ทำให้ประหยัดงบประมาณแผ่นดิน ตลอดทั้งสร้างจิตสำนึกให้กำลังใจกับตำรวจไทยที่จะค้นคิดอุปกรณ์และเครื่องไม้เครื่องมือมาใช้ประโยชน์ให้กับทางราชการต่อไปDSC_0788

แสดงความคิดเห็น