พยาบาลสาวร่ำไห้ต่อหน้าผู้การตำรวจช่วยเร่งรัดคดีรถ

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 6 มิ.ย. 55 น.ส.ชุตินันต์  ชญาณ์นันท์โภคิน  พยาบาลวิชาชีพชำนาญการ โรงพยาบาลบางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก ได้เข้าร้องขอความเป็นธรรมกับ พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล ผบก.จว.พิษณุโลก เกี่ยวกับการติดตามรถยนต์เก๋งของ ตนเองที่ถูกยักยอกไป แต่เวลาผ่านมานานยังไม่คืบหน้า โดยมี พ.ต.ท.นันทิกรณ์ เย็นวัฒนา รอง ผกก.สส. ซึ่งเป็นผู้ควบคุมดูแลคดีดังกล่าวร่วมอยู่ด้วย

จากการสอบถาม น.ส.ชุตินันต์  กล่าวว่า เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา ตนได้เข้าแจ้งความกับ ร.ต.อ.อนุชา เนตรจินดา พนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ว่าตนได้เช้าซื้อ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน กท-2042 พิษณุโลก  จากบริษัทโตโยต้าลิสซิ่ง วางดาวน์ไป 80,000 บาท พร้อมผ่อนส่งชำระเดือนละ 6,670 บาท และมีการส่งงวดไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน 2554  ต่อมามีนายไชยวัฒน์ สิงห์สุวรรณ์ อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 26 ถนนไทยชนะ ต.ระแหง อ.เมืองตาก จ.ตาก ซึ่งเป็นนายหน้าขายประกันชีวิตและประกันรถ ได้ติดต่อขอเช่าซื้อตกลงขายดาวน์ 70,000 บาท โดยมีเงื่อนไขเปลี่ยนชื่อผู้เช่าและผู้ค้ำประกัน และมีการมอบรถให้กับนายไชยวัฒน์ไป

น.ส.ชุตินันต์ กล่าวอีกว่า ต่อมาเดือนกุมภาพันธ์ 2555 ทางบริษัทโตโยต้าลิสซิ่ง มีหนังทวงถามค้างค่างวด 2 งวด จึงได้สอบถามนายไชยวัฒน์ ให้นำรถมาคืนตนไม่ขายให้แล้ว แต่ถูกบายเบี่ยงมาตลอด  จึงติดตามตัวจนพบนายไชยวัฒน์ ทราบว่านำรถยนต์ของตนไปจำนำ และต่อมาไม่สามารถติดต่อนายไชยวัฒน์ได้เลย กระทั่งวันที่มี่ 26เมษายน จึงเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพราะบางครั้งตนได้มอบเงินให้นายไชยวัฒน์ จ่ายค่างวดอีกหลายครั้ง แต่ไม่ทราบว่านายไชยวัฒน์ไปจ่ายให้หรือไม่ เพราะตนไม่ต้องการเสียเครดิต

น.ส.ชุตินันต์  กล่าวอีกว่าหลังจากที่ตนแจ้งความเอาไว้แล้ว ปรากฏว่าทุกอย่างยังไม่คืบหน้า ต้องลางานมาติดตามคดีจนรู้สึกเหนื่อยมากๆ เพราะตอนแจ้งความก็ยากำรวจมากกว่าจะให้แจ้งข้อหายักยอกทรัพย์ ทั้งที่นายไชยวัฒน์รับสารภาพว่าเอารถยนต์ตนไป แต่ทางตำรวจจะรับเป็นคดีแพ่งอย่างเดียว ให้ไปเคลียร์กันเองไม่รับแจ้งความ  และการที่ตนต้องตามเรื่องเองตลอด บางครั้งต้องลางานมาติดต่อสอบถามความคืบหน้าของคดี

ผู้สื่อข่าว รายงานว่าระหว่างที่มีการพูดคุยกันอยู่นั้น น.ส.ชุตินันต์ ถึงกับกลั้นน้ำตาไม่อยู่ร้องไห้สะอื้น พูดออกมาด้วยความน้อยเนื้อต่ำใจ ว่า ตนต้องตามเรื่องเองทุกขั้นตอน ตั้งแต่หมายเรียกครั้งแรกกับหมายเรียกครั้งสอง ห่างกันถึงหนึ่งเดือน โทรหาร้อยเวรก็ไม่รับ โทรมาที่ด้านล่าง มีคนบอกว่ามาเองซิ บอกว่าร้อยเวรเข้าเที่ยงคืนตนต้องมารอทั้งคืนก็ไม่พบ ตนต้องจ่ายเงินค่ารถทุกงวด แต่ตำรวจก็บอกรอหมายจับ ตนก็รอออกไปอีก

ด้าน พล.ต.ต.ธรรมนูญ เพชรบุรีกุล กล่าวว่า ทางตำรวจไม่ได้นิ่งนอนใจ ผู้เสียหายมาแจ้งความในชั้นต้นนั้น เนื่องจากกล้ำกึ่งเป็นคดีอาญาหรือคดีแพ่ง กระทั่งมีการรับแจ้งความเป็นคดีอาญา ทางตำรวจได้ส่งหมายเรียกไปให้ผู้ถูกกล่าวหาแล้วสองครั้ง แต่หนังสือตอบกลับมาไม่มีคนรับ  การจะขอหมายจับนั้นศาลพิจารณาว่า ให้ตำรวจใช้ขั้นตอนนำหมายเรียกไปยังบ้านผู้ต้องหาก่อน  ทางเจ้าหน้าที่จะขอหมายจับจากศาลอีกครั้ง เพื่อนำตัวผู้ถูกกล่าวมารับทราบข้อกล่าวหาตามกฎหมายต่อไป

 

แสดงความคิดเห็น