เมื่อวันที่ 2 ก.พ. 58 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีกระแสข่าวโจมตีเกี่ยวกับวัดท่ามะปราง อ.เมืองพิษณุโลก ว่ามีการรื้อศาลาไม้เก่าแก่ที่สร้างมานานร่วม 100 ปี ทั้งที่ภายนอกมองดูยังมีสภาพที่สมบูรณ์ ซึ่งเป็นศาลาที่อยู่คู่กับวัดมานาน อาจจะมีเพียงแห่งเดียวในจังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีผู้คนแสดงความคิดเห็นหลากวิพากษ์วิจารณ์กันไปต่างๆนานา จึงได้เดินทางไปตรวจสอบข้อมูลดังกล่าว
จากการตรวจสอบ พบว่าที่บริเวณวัดท่ามะปราง มีคนงานจำนวนหนึ่งกำลังทำการรื้อศาลาการเปรียญไม้หลังเก่าขนาดใหญ่ โดยมีการรื้อหลังคาและฝาไปหมดแล้ว ซึ่งยังสามารถมองเห็นโครงสร้างไม้ที่คงเหลืออยู่ สภาพโดยทั่วไปเป็นศาลาการเปรียญที่เก่าแก่ถูกสร้างด้วยไม้ทั้งหลัง มีเพียงใต้ถุนที่มีการก่ออิฐบล็อกเป็นที่เก็บข้าวของวัดเอาไว้
พระปลัดอุดมศักดิ์ อุตมสักโก รองเจ้าอาวาส วัดท่ามะปราง เปิดเผยว่า ศาลาการเปรียญของวัด สร้างขึ้นมาตั้งแต่ พ.ศ. 2480 และมีการต่อเติมอีกครั้ง เมื่อ พ.ศ. 2500 โดยไม้ที่ทางวัดนำมาสร้างศาลาในสมัยนั้น ได้มาจากไม้ท่อนที่ลอยมาตามแม่น้ำน่าน มีหลายชนิดด้วยกัน ปรากฏว่าจนถึงปัจจุบัน ก็มีความชำรุดทรุดโทรมไปตามกาลเวลา และมีการซ่อมแซมมาโดยตลอด แต่ไม่สามารถซ่อมแซมได้ทั่วถึง เนื่องจากมีปลวกกินเกือบทั้งหลัง อนาคตอาจจะมีมีความเสี่ยงและเป็นอันตรายต่อญาติโยมที่มาทำบุญ อาจจะมีเศษไม้หักจากปลวกกินร่วงหล่นใส่ หรืออาจจะเหยียบพื้นที่ที่ผุจนได้รับบาดเจ็บ จึงมีความจำเป็นต้องรื้อทั้งหลัง เพื่อทำการสร้างใหม่ ซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณในการก่อสร้างทั้งสิ้น ประมาณ 30 ล้านบาท
ทั้งนี้ วัดท่ามะปราง มีชื่อเสียงโด่งดัง และเป็นที่รู้จักดีในหมู่ผู้นิยมพระเครื่อง เนื่องจากเป็นต้นกำเนิดพระเครื่องชื่อดัง รุ่น “เงี้ยวทิ้งปืน” ที่ ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก แต่ละครั้งที่วัดมีการบูรณะซ่อมแซม สถานที่ อาคารต่าง ๆ หากเซียนพระทราบข่าว ได้จะมาคอยดูว่า การรื้อศาลาในครั้งนี้ บรรดาเซียนพระต่างรอลุ้นว่า ในช่อฟ้าของศาลจะมีพระกรุบรรจุไว้ ปรากฏว่ามีพระกรุปี 2509 บรรจุอยู่จำนวนหนึ่ง ส่วนช่อฟ้าทางวัดจะเก็บเอาไว้ เพื่อนำมาติดตั้งประดับศาลาหลังใหม่หลังก่อสร้างเสร็จ เนื่องจากเป็นช่อฟ้าเก่าแก่คู่วัดมานาน
