ทหารเร่งเคลียร์พื้นที่ ต้นโพธิ์ล้มทับร้านค้าในวัดใหญ่

DSC_0002 จากเหตุการณ์ต้นโพธิ์ขนาดใหญ่หักโค่นลงทับร้านค้า ที่วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ ถ.พุทธบูชา ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก โดยเมื่อค่ำคืนวันที่ 6 กรกฏาคม 2559 ผ่านมา เวลาประมาณ 19.00 น. มีลมฟ้าลมฝนตกลงมาอย่างหนัก ต่อเนื่องกันเป็นเวลาถึง 2 วัน 2 คืน จนส่งผลให้ต้นโพธิ์ยักษ์ขนาด 6 คนโอบ ที่ตั้งตระหง่านอยู่บริเวณด้านหน้าวิหารพระเจ้าเข้านิพพานโค่นลงมาแบบถอนรากถอนโคน ล้มทับกับร้านค้าขายของที่อยู่ใกล้เคียงกว่า 20 ร้าน และรถยนต์เก๋งจำนวน 1 คัน ได้รับความเสียหายไปด้วย แต่โชคที่ขณะเกิดเหตุพ่อค้าแม่ค้าได้เก็บร้านกลับบ้านกันไปหมดแล้ว ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตแต่อย่างใด และมีความเชื่อส่วนตัวว่าสาเหตุที่รอดตายอย่างหวุดหวิดจากภัยธรรมชาติครั้งนี้ มาจากบารมีแห่งองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชที่คอยช่วยปกปักรักษาคุ้มครองให้แคล้วคลาดปลอดภัยดี

DSC_0022 ต่อมา เวลา 11.00 น. ของวันที่ 7 ก.ค.2559  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.ท.สุทธิศักดิ์  ไหลเตื่อย หัวหน้าฝ่ายกำลังพลกองพลทหารราบที่ 4 ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้นำกำลังพลกว่า 40 นาย เข้าเคลียร์พื้นที่อีกครั้งหลังจากเมื่อคืนที่ผ่านมาก็ได้เข้ามาให้ความช่วยเหลือร่วมกับเทศบาลนครพิษณุโลก ซึ่งในวันนี้ได้นำเครื่องจักรหนัก เลื่อยยนต์ เข้าตัดฟันกิ่งต้นโพธิ์ที่ยังล้มขวางทางอยู่ พร้อมขอกำลังสนับสนุนรถเครนจากกองพลพัฒนาที่ 3 ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ เข้ามาชักลากต้นโพธิ์ขนาดใหญ่ที่ถูกตัดทอนไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยต้องใช้รถสิบล้อมาช่วยกันขนกิ่งและลำต้นต้นโพธิ์นำไปทิ้งไม่ต่ำกว่า 10 เที่ยวทีเดียว และต้องนำเหล็กแผงกั้นมากั้นบริเวณจุดเกิดเหตุเพื่อป้องกันความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่เดินทางมากราบไหว้ขอพรหลวงพ่อพระพุทธชินราช คาดว่าวันนี้จะสามารถเคลียร์พื้นที่บริเวณวัดใหญ่ให้กลับคืนสู่สภาพเดิมได้ ก่อนจะมีการซ่อมแซมปรับพื้นที่ให้มีทัศนียภาพสวยงามดังเดิม นอกจากนี้ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติงานอยู่นั้น สายฝนที่ตกโปรยปรายไม่หยุดตกตั้งแต่เมื่อคืน กลับหยุดตกอย่างน่าประหลาดใจ ทำให้ปฏิบัติภารกิจได้อย่างราบรื่น โดยมีประชาชนที่ผ่านไปมาหยุดยืนดูและให้กำลังใจIMG_7041

ด้านนายสมมาตย์  ขำน้ำคู้ อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 56/5 หมู่ที่ 7 ต.วัดจันทร์ อ.เมืองพิษณุโลก พ่อค้าขายกาแฟที่เปิดร้านอยู่ใต้ต้นโพธิ์ยักษ์ เปิดเผยว่า ตนเองมาเปิดร้านขายกาแฟที่ใต้ต้นโพธิ์ยักษ์ที่โค่นลงมาไม่ต่ำกว่า 2 ปีแล้ว แต่โชคดีที่ร้านของตนเองไม่ถูกต้นโพธิ์ล้มทับแต่อย่างใด เนื่องจากต้นโพธิ์โค่นไปทางทิศใต้ของวัด ส่วนสาเหตุที่ต้นโพธิ์โค่นลงมาคาดว่าสาเหตุเกิดมาจากต้นโพธิ์ต้นนี้หมดอายุไขแล้ว เพราะมีอายุไม่ต่ำกว่า 100 ปี สังเกตจากรากแก้วที่พบมีเชื้อรากัดกินอยู่เป็นจำนวนมาก รากจึงเริ่มผุกร่อนชอนไชยึดกับดินไม่มั่นคง ประกอบกับมีใบปกคลุมอยู่หนาทึบ เมื่อถูกสายฝนชโลมจนชุ่มฉ่ำจึงทำให้ลำต้นหนักขึ้นจนรับน้ำหนักไม่ไหวโค่นลงมาดังกล่าว ส่วนสาเหตุที่ต้นโพธิ์ยังยืนต้นอยู่ได้เป็นเวลานานก็เพราะมีต้นโพธิ์ต้นอื่นขึ้นมาแซมช่วยพยุงลำต้นเอาไว้ ส่วนตัวเชื่อว่าเป็นเรื่องของภัยธรรมชาติตามปกติ ส่วนสาเหตุอื่นๆ ก็แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลห้ามกันไม่ได้DSC_0002

IMG_7033ขณะที่นางเพ็ญนภา  ชมพู อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 28/77 ถ.สิงวัฒน์ ต.ในเมือง อ.เมืองพิษณุโลก แม่ค้าขายสมุนไพร กล่าวว่า ร้านค้าของตนเองถูกต้นโพธิ์ยักษ์โค่นมาทับร้านพังราบ ข้าวของเสียหายไม่ต่ำกว่า 100,000 บาท แต่ก็ไม่ได้เรียกร้องค่าเสียหายใดๆ กับทางวัดใหญ่ เนื่องจากทางวัดให้ตั้งร้านเปิดขายของกันฟรีๆ ไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด จะช่วยก็เพียงเรื่องค่าน้ำค่าไฟเท่านั้น และขอยืนยันว่าหากเจ้าหน้าที่ทหารเคลียร์พื้นที่แล้วเสร็จก็จะขอตั้งร้านขายของอยู่ที่เดิมไม่ไปไหน เพราะเปิดร้านขายสมุนไพรมาเป็นเวลากว่า 16 ปี หลังจากทราบข่าวว่าต้นโพธิ์ยักษ์โค่นทับร้านของตนตั้งแต่เมื่อคืน ก็รีบเดินทางมาดูที่ร้านทันทีและยังพบว่ามีรถยนต์เก๋งถูกต้นโพธิ์ทับพังเสียหาย จึงได้ลองเสี่ยงโชคนำเลขทะเบียนท้ายรถหมายเลข 672 ไปซื้อลอตเตอรี่เสี่ยงโชคอีกด้วย และยังเชื่ออีกว่าที่รอดชีวิตมาได้ครั้งนี้เพราะบารมีขององค์หลวงพ่อพระพุทธชินราชช่วยคุ้มครองอย่างแน่นอน เพราะขณะเกิดเหตุพ่อค้าแม่ค้าได้ปิดร้านกลับบ้านกันหมดแล้ว จึงไม่ได้ใครได้รับอันตรายแต่อย่างใด.IMG_7062

DSC_0011………………………………………………………………………………………………………………

แสดงความคิดเห็น