นายกสมาคม พ.พ. นำช่างรังวัดตรวจสอบหลักเขต เตรียมเปิดใช้เป็นที่ทำการสมาคม


เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2569 พล.ต.นพดล วัชรจิตบวร ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 39 (มทบ.39) และในฐานะนายกสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม (พ.พ.) ได้นำช่างรังวัดสำนักงานที่ดินจังหวัดพิษณุโลก เพื่อยืนยันสิทธิ์ครอบครองที่ดิน กว่า 1 ไร่ ติดพื้นที่โบราณสถานพระราชวังจันทน์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ในอันที่จะพัฒนาเป็นศูนย์กลางศิษย์เก่า พ.พ. เชื่อมสัมพันธ์ระหว่างนักเรียนเก่าและศิษย์ปัจจุบัน ตลอดจนเปิดเป็นพื้นที่สาธารณประโยชน์ เป็นศูนย์รวมกิจกรรมและดูแลศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช มีศิษย์เก่า พ.พ.ร่วมเป็นสักขีพยาน


ทั้งนี้ ภายหลังสมาคมนักเรียนเก่าโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม ร่วมหารือสำนักศิลปากรที่ 6 จนได้ข้อยุติยืนยันกรรมสิทธิ์ที่ดิน กว่า 1 ไร่ ติดเขตพระราชฐานพระราชวังจันทน์ โดยกรมศิลปากรยืนยันว่า ที่ดินแปลงดังกล่าวยังคงเป็นกรรมสิทธิ์ที่ถูกต้องตามกฎหมายของสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคม ขณะที่กรมศิลปากรจะเข้ามาดูแลในส่วนของการอนุมัติแบบก่อสร้างต่างๆ ให้มีความเหมาะสม สอดคล้อง และคงความสง่างามตามระเบียบการใช้พื้นที่เขตโบราณสถานร่วมกัน


สำหรับความเป็นมาของที่ดินดังกล่าว เริ่มต้นตั้งแต่ปี 2516 โดยนายละเมียน อัมพวะศิริ นายกสมาคมฯ ในขณะนั้น ได้จัดซื้อที่ดินติดกับโรงเรียนเดิมด้วยงบประมาณของสมาคมฯ ประมาณ 4.2 ล้านบาท เพื่อจัดสร้างเป็นโรงอาหารและหอประชุม รองรับจำนวนนักเรียนที่เพิ่มขึ้น ต่อมาในปี 2537 กรมศิลปากรได้ประกาศให้พื้นที่ภายในรั้วโรงเรียนเดิมเป็นเขตโบราณสถาน ได้ครอบคลุมที่ดินของสมาคมฯ จนกลายเป็นปัญหาคาราคาซังเรื่อยมา ก่อนจะได้รับข้อยุติร่วมกันในที่สุด


พล.ต.นพดล กล่าวว่า วันนี้ได้ร่วมกับคณะกรรมการสมาคมชุดเก่าและชุดใหม่ มาทำการรังวัดที่ของสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคมของเรา เพื่อจะพิสูจน์ทราบว่าในใบโฉนดของที่ดินสมาคมนั้นยังมีอยู่จริง และยังมีหมุดหลักอยู่จริง วันนี้มีคณะกรรมการชุดเก่าชุดใหม่ และนักเรียนเก่าของสมาคมนักเรียนเก่าพิษณุโลกพิทยาคมหลายๆรุ่นมาเป็นสักขีพยาน ในการรังวัดพิสูจน์ทราบในวันนี้ พื้นที่ 1ไร่เศษ


พล.ต.นพดล กล่าวอีกว่า โดยจะใช้เป็นที่ตั้งของสมาคมนักเรียนเก่าถาวร ส่วนที่ 2 จะทำเป็นห้องประชุมที่พบปะสำหรับให้พี่ๆทุกรุ่นน้องๆทุกรุ่น ได้มีจุดรวมมาทำความรู้จักกัน เป็นศูนย์รวมของทุกคน สำหรับดูแลพวกเรา และเป็นประวัติศาสตร์ของโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคมของเราที่เคยตั้งอยู่ ณ แห่งนี้มาก่อน เพื่อจะประชาสัมพันธ์ให้กับลูกหลานทั่วไป ได้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของโรงเรียนของพวกเรา อาจจะดูแลนักท่องเที่ยวหรือว่านักวิ่งต่างๆ ที่มาวิ่งตอนเช้าตอนเย็น คิดว่าจะทำให้เป็นที่สาธารณประโยชน์ที่ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ของพวกเรา


พล.ต.นพดล กล่าวอีกว่า ส่วนประเด็นห้องน้ำที่รับโอนรับมอบไม่ได้ ตอนนี้กำลังอยู่ในช่วงของการเจรจากับกรมศิลปากร เนื่องจากว่าตอนสร้างนั้นยังไม่ทราบว่ามีที่ดินของสมาคมอยู่บริเวณนี้ เราต้องเป็นผู้รับ แต่เมื่อมีเอกสารสิทธิ์พิสูจน์แล้วว่าเป็นที่ดินของสมาคมฯ ซึ่งอยู่ในขั้นตอนของการเจรจาต่อไปว่าจะดำเนินการอย่างไร เพื่อใช้ประโยชน์ร่วมกัน จึงต้องเจรจากับกรมศิลป์และอบจ. พิษณุโลก


