วันที่ 7 ก.ค.2558 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเขาปรัง ม.9 ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มีปราชญ์ชาวบ้าน หันมาศึกษาค้นคว้าการเผาถ่านธรรมดา ให้ไม่ธรรมดา โดยการเพิ่มมูลค่าของถ่านสร้างรายได้เสริมให้กับครอบครัว ถึงเดือนละ 1-2 หมื่นบาท โดยปราชญ์ชาวบ้านรายนี้คือ คุณลุงเล็ก หรือนายเล็ก จันทร์ทองคำ อายุ 72 ปี อยู่บ้านเลขที่ 90 ม.9 ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก อดีตผู้ใหญ่บ้าน บ้านเขาปรัง
นายเล็ก ได้เล่าให้ฟังว่า ได้เรียนรู้การเผาถ่านมาจากรุ่นพ่อรุ่นแม่ ตั้งแต่อายุ14 ปี ควบคู่มากับการทำนา แต่เดิมก็หาเศษไม้มาเผาถ่านขายกระสอบละ 300 บาท ต่อมาเห็นว่าเตาถ่านสมัยนี้เริ่มมีคนใช้ลดลง หันไปใช้เตาแก๊สกันมากขึ้น ตนจึงคิดว่าจะทำอย่างไร ที่จะเพิ่มมูลค่าให้ถ่านได้ จึงได้เริ่มศึกษาค้นคว้า และทดลองเผา จนกระทั่งได้เป็นถ่านคาร์บอนบริสุทธิ์ที่มีคุณประโยชน์มากมาย โดยเริ่มจากการเผาเศษวัสดุ ไม้เบญจพรรณ ฝักคูณ และสมุนไพรใส่ในเตาเผาที่ประยุกต์มาจากเตาอิวาเตะของประเทศญี่ปุ่น แล้วเผาด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 1,000 องศาขึ้นไป จากนั้นก็เอาถ่านที่ได้ไปบดจนละเอียดและผสมเข้ากับแป้งมันเพื่อให้ถ่านเกาะตัวกัน และนำไปใส่เครื่องอัด จนออกมาเป็นถ่านอัดแท่ง
สำหรับถ่านคาร์บอนอัดแท่ง สามารถให้กำเนิดและปลดปล่อยประจุลบ และอินฟาเรดยาว สามารถทำให้หลอดไฟฟ้าติดได้ โดยมีกำลังไฟฟ้าถึง 220 โวลล์เลยทีเดียว โดยประโยชน์ของถ่านคาร์บอน หากวางหน้าจอทีวี คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องใช้ไฟฟ้า จะช่วยดูดซับและหักเหคลื่นไฟฟ้า ไว้ในห้องนอนจะช่วยฟอกอากาศ ดูดกลิ่น ความชื้น และปล่อยประจุลบ ทำให้สมองปลอดโปร่ง โลหิตหมุนเวียนสะดวก ตื่นมาจะสดชื่นแจ่มใส ใส่ในตู้เย็น ช่วยลดกลิ่น ดูดซับก๊าซ ทำให้ผักสด หากทิ้งลงในแม่น้ำลำคลองสามารถช่วยลดการเน่าเสียของน้ำ เพิ่มแร่ธาตุแคลเซียม โพตัสเซียม แมกเนเซียม หากแช่ในถังน้ำดื่มจะช่วยดูดซับคลอรีน และสิ่งที่มีพิษได้
นอกจากนี้หากนำถ่านบดมาชงชา สามารถขับสารพิษในร่างกายได้เป็นอย่างดี โดยตอนนี้ได้ทำการรวมกลุ่มเป็นวิสาหกิจชุมชนคนเอาถ่านบ้านเขาปรัง มีสมาชิกจำนวน12 คน เมื่อว่างเว้นจากการทำนา ก็จะมาช่วยกันเผาถ่านคาร์บอน โดย 1 เตาจะใช้เวลาเผาด้วยอุณหภูมิไม่ต่ำกว่า 1,000 องศา เป็นเวลา 7-10 วัน จะได้ถ่านคาร์บอนประมาณ 10-15 กระสอบ จากนั้นก็นำมาบดและอัดเป็นแท่งขายแท่งละ 35 บาท ส่งขายต่างจังหวัดตามออเดอร์ที่ติดต่อมา เดือนหนึ่ง ยอดสั่งทะลุ10,000 ก้อน สร้างรายได้ให้กับสมาชิกถึง 1-2 หมื่นบาทเลยทีเดียว ซึ่งถือว่าเป็นรายได้ที่ดี ในช่วงที่ชาวนาไม่สามารถทำนาได้เช่นนี้
////////////





