วันที่ 4 เมษายน 2559 นางโชติกา โพธิ์ประทุม และนายวรวุฒิ เม้ยกำเนิด ชาวจ.พิษณุโลก ได้มาร้องเรียนกับสื่อมวลชนพิษณุโลกเพื่อเป็นการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชน ว่ามีมิจฉาชีพลงมือก่อเหตุในโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยแฮกเฟซบุ๊ค แอบอ้างส่งแมสเสจขอยืมเงินและลวงให้ผู้อื่นโอนเงินทำให้ทั้งเจ้าของเฟซบุ๊คและเพื่อนในเฟซบุ๊ค ได้รับความเสียหาย
นางโชติกา โพธิ์ประทุม (เก๋) อายุ 40 ปี อยู่บ้านเลขที่ 97/128 หมู่ 1 ตำบล ท่าทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยกับ ผู้สื่อข่าวว่า อยากให้ช่วยเตือนภัยอันตรายที่อยู่ใกล้ตัวจากสื่อโซเชียลเน็ตเวิร์กจนตนเองได้รับความเดือนร้อน โดยเผยว่า “เมื่อวันที่ 30 มีนาคม 2559 ตนเองได้มีการติดต่อพูดคุยเพื่อซื้อขายกับร้านเสื้อผ้าในจังหวัดน่านผ่านข้อความทางเฟซบุ๊ค โดยแล้วมีการส่งสลิปโอนเงินจำนวน 22,500 บาท ให้กับทางร้านเสื้อผ้า หลังจากนั้นไม่นานมีคนลักลอบเข้ามาในบัญชีเฟชบุ๊กของนางโชติกา สวมรอยพูดคุยกับทางร้านเสื้อผ้าขอเงินที่โอนจำนวน 22,500 ให้ทางร้านโอนคืนเพราะมีเรื่องร้อนเงิน ต้องใช้เงินด่วน ทางร้านเสื้อผ้าไม่ติดใจอะไร จึงโอนเงินจำนวน 22,500 บาท เข้าเลขบัญชี 725-6-05370-6 ธนาคารธนชาติ ชื่อบัญชี ญานิสา ยังแก้ว สาขาจังหวัดสุราษฎร์ธานี ทำให้ตนเองได้รับความเสียหาย เพราะมีเพื่อนๆในเฟซบุ๊คตนอีกหลายคนได้รับข้อความในลักษณะการขอยืมเงินจากนางโชติกา
เบื้องต้นนางโชติกา โพธิ์ประทุม ได้ขอรายละเอียดเจ้าของบัญชีดังกล่าวจากธนาคาร และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2559 แต่ไม่คืบหน้า จึงมาร้องเรียนสื่อมวลชนช่วยแจ้งเตือนภัยให้กับประชาชนทั่วไป เพราะเหตุการณ์ดังกล่าวไม่ได้เกิดกับนางโชติกา เพียงคนเดียว ยังมีผู้ได้ความเสียหายอีก 2 คน คือ นายอภิสิทธิ์ คลองดอนอ่อน อายุ 40 ปี บ้านเลขที่ 94/1 หมู่ 3 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก ถูกแอบอ้างให้เพื่อนทางเฟชบุ๊คโอนเงินเข้าบัญชี ชลธิชา ยังแก้ว ธนาคารทหารไทย สาขาสุราษฎร์ธานี จำนวนเงิน 8,000 บาท
และนายวรวุฒิ เม้ยกำเนิด ที่ถูกคนร้ายเข้าไปแอบอ้างเป็นตนส่งข้อความหาเพื่อนในเฟชบุ๊กจำนวนมากเพื่อขอยืมเงิน 4,000-8,000 บาท แต่นายวรวุฒิ ไหวตัวทันจึงไม่มีใครโอนเงินให้คนร้าย และชื่อบัญชี นุชนาถ ยังแก้ว ธนาคารทหารไทย สาขาจังหวัดสุราษฎร์ธานีที่คนร้ายแอบอ้างให้โอนเงินไป โดยเงินที่คนร้ายได้นั้นจำนวน 30,500 บาท คนร้ายเจ้าของบัญชีทั้ง 3คน อยู่บ้านเลขที่ 211/1 ถนนราษฎร์บำรุง ตำบลท่าข้าม อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี
นางโชติกา โพธิ์ประทุม เผยว่า มีการแจ้งความกับ สภ.พิษณุโลก แต่เนื่องจากคนร้ายทั้ง 3 คนนั้นเป็นคนจังหวัดสุราษฎร์จึงต้องเป็นหน้าที่การดำเนินการของตำรวจจังหวัดสุราษฎร์ธานีผู้เสียหายไม่สะดวกในการเดินทางไปแจ้งความที่จังหวัดสุราษฎร์ธานีเนื่องจากระยะทางที่ไกล จึงอยากให้ผู้สื่อข่าวเป็นสื่อช่วยเผยแพร่ข่าวและประสานงานกับส่วนที่เกี่ยวข้องมาช่วยเหลือตนเองและเพื่อน
นายวรวุฒิ เม้ยกำเนิด เปิดเผยว่า คนร้ายกลุ่มนี้มีลักษณะที่ทำงานเป็นขบวนการและเจาะจงเข้ามาแฮ็กระบบเป็นทอดๆตามตัวอักษรชื่อบัญชีเฟ๊ชบุ๊ค การพิมพ์ข้อความที่ส่งหาเพื่อนนั้นมีลักษณะที่เหมือนกันทุกคนและชื่อบัญชีทีคนร้ายให้โอนไปนั้นมีความข้องเกี่ยวกันทั้งนามสกุลเหมือนกันและที่อยู่เหมือนกันอีกด้วย ทั้งนี้ยังไม่ได้ปลักใจเชื่อว่าเจ้าของบัญชีทั้ง 3 คน เป็นร้ายอาจจะโดนแอบอ้างการเปิดบัญชี จึงอยากจะวอนสื่อและเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามเร่งดำเนินการหาตัวคนร้ายมาดำเนินคดี
ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ฝากแจ้งเตือนประชาชนที่นิยมใช้เฟซบุ๊คให้เพิ่มความระมัดระวัง ให้เปลี่ยนการเข้ารหัสให้บ่อยและรหัสที่ยากขึ้น และไม่หลงเชื่อให้ง่าย ๆ โดยเฉพาะการส่งข้อความมาขอยืมเงิน ให้ตรวจสอบกลับคุยกับเจ้าของเฟซบุ๊คตัวจริงเพื่อตรวจสอบ จะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพได้
………………………………………………..
รายงานโดย….น.ส.นิโลบล คำชนแดน นิสิตชั้นปี 4 ภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะสังคมศาสตร์ ม.นเรศวร / นศ.ฝึกงานพิษณุโลกฮอตนิวส์
