กรุณาขับช้า ๆ เมื่อผ่านโค้งกำนันเชย

โค้งกำนันเชย ถนนพิชัยสงคราม อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นโค้งอันตรายที่เกิดอุบัติเหตุรถยนต์ รถจักรยานยนต์เสียหลักหลุดโค้งบ่อยครั้ง ในอดีตที่ผ่านมามีบาดเจ็บล้มล้มตายก็มาก ล่าสุด คืนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2560 ฟอร์จูนเนอร์เสียหลักหลุดโค้งระหว่างขับเข้าตัวเมืองพุ่งชนเสาไฟฟ้าหักไปหนึ่งต้น เป็นเสาไฟฟ้าต้นเดียวกับรถยนต์กระบะพุ่งเข้าชนเมื่อ 15 พฤษภาคม 2559 ครั้งนั้นเสียหายรุนแรงกว่า เสาไฟฟ้าล้มไป 2 ต้น และต้องเปลี่ยนเสาใหม่ร่วม 10 ต้น

โค้งกำนันเชยถนนพิชัยสงคราม เป็นถนนสี่เลน ทั้งขาเข้าและขาออกตัวเมือง ในรอบหลายปีที่ผ่านมา เกิดอุบัติเหตุรถเสียหลักหลุดโค้งบ่อยครั้ง พุ่งชนเกาะกลางถนนบ้าง พุ่งชนเสาไฟฟ้าบ้าง แขวงการทางพิษณุโลก ก็ได้ดำเนินการติดป้ายเตือน สัญญาณจราจรเพื่อให้ผู้ใช้รถใช้ความระมัดระวัง ทั้งขาเข้าและขาออกเมืองขับมาจะต้องเห็นโค้งอันตราย กรุณาขับความเร็วไม่เกิน 40 กม. แถมยังมีไฟกระพริบเตือนที่ขอบทาง ในโค้ง ตลอดระยะ แต่ก็ไม่วายเกิดอุบัติเหตุอย่างสม่ำเสมอ

พิษณุโลกฮอตนิวส์ สำรวจการใช้รถใช้ถนนวันนี้ พบว่า ช่วงเช้า มีการระดมเจ้าหน้าที่ทั้งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคพิษณุโลก โทรศัพท์ การสื่อสาร เคเบิ้ลทีวี เพื่อทำการซ่อมแซม เปลี่ยนเสาไฟฟ้าต้นนี้ ซึ่งก็กินเวลานานพอสมควร ชาวบ้านชาวช่องที่อาศัยอยู่แถบนี้ต่างเดือดร้อนจากกระแสไฟฟ้าดับนับสิบชั่วโมง และมีโอกาสได้พบคนเก่าคนแก่ ลูกหลานเหลนกำนันเชย ต้นกำเนิดชื่อโค้งอันตรายแห่งนี้ ได้เห็นภาพท่านกำนันเชย  ขวัญอ่อน กำนันคนแรกของตำบลอรัญญิก ที่หากยังมีชีวิตอยู่ก็จะอายุ 100 กว่าปีแล้ว

ว่าที่ร.ต.ชยพัฒน์  ดอนดีไพร หรือ ผู้ใหญ่ขาว  ผู้ใหญ่บ้านม. 8 ต.อรัญญิก อ.เมืองพิษณุโลก อดีตกำนันตำบลอรัญญิกคนที่ 7 ( 2547-2552 ) รุ่นหลานของกำนันเชยพาย้อนอดีตที่มาที่ไปของโค้งกำนันเชยว่า เมื่อก่อนรุ่นพ่อตนมีบ้านพักอยู่แถวนั้น และเป็นญาติกับกำนันเชย โดยบ้านตนอยู่ตรงโค้งใน ที่ปัจจุบันเป็นคอนโดมีเนียม ส่วน บ้านของกำนันเชยนั้น อยู่ฝั่งขาเข้าตัวเมืองพิษณุโลก บริเวณโค้งพอดี สมัยเริ่มมีการตัดถนนมิตรภาพ หรือ ถนนพิษณุโลก-หล่มสัก ก็เริ่มมีการตัดถนนเส้นนี้ จากห้าแยกโคกมะตูม มายังแยกเรือนแพ เมื่อก่อนก็เป็นถนนสองเลนธรรมดา ข้างทางเป็นบ่อหลา หรือ คลองน้ำ โค้งกำนันเชยสมัยก่อนจะหักศอกมากกว่านี้ แต่มีการทำเบิม หรือ ส่วนรับโค้งที่สูงกว่านี้มาก เรียกว่าคนสมัยก่อนที่จะออกจากซอยวัดเขื่อนขันธ์จะต้องดันรถขึ้นกันเลยทีเดียว

คนสมัยก่อน เรียกโค้งกำนันเชยว่า โค้งมะขามเรียง เพราะมีต้นมะขาม เรียงรายตลอดสองฝั่งถนน และมีต้นมะขามใหญ่อยู่ต้นหนึ่งตรงหัวโค้ง หน้าบ้านกำนันเชย และอดีต ก็เคยเกิดอุบัติเหตุเจ็บตายเป็นประจำอยู่แล้ว ต่อมา มีการเรียกขานใหม่ ว่าโค้งกำนันเชย เพราะบ้านกำนันเชยอยู่ตรงนั้นพอดี บ้างก็เรียกว่าโค้งผีสิง มาถึงยุคปัจจุบันเด็กสมัยนี้อาจจะไม่รู้จัก อาจจะเรียกว่าโค้งบิ๊กซี

และนับตั้งแต่เริ่มขยายจากถนนสองเลน เป็น 8 เลน ขาเข้าเมืองและออกเมืองฝั่งละ 4 เลน อุบัติเหตุก็เริ่มลดลงบ้าง แต่ก็ยังมีอุบัติเหตุใหญ่ ๆ ชนเสาไฟฟ้าหักอยู่เสมอ ในสมัยก่อน จะมีพิธีสวดถอนวิญญาณบริเวณต้นมะขามใหญ่ ตรงโค้งกำนันเชยทุกปี ต่อมาเมื่อขยายถนนก็ได้โค่นต้นมะขามออก และ คนเฒ่าคนแก่ที่จะเป็นผู้นำในพิธีก็ค่อย ๆ ล้มหายตายจากไป ปัจจุบันจึงไม่มีการพิธีนี้แล้ว

ผู้ใหญ่ขาว เผยต่อว่า อุบัติเหตุแทบทุกครั้ง ตนมองว่าเป็นความประมาทของผู้ขับขี่รถมากกว่า เพราะถนนก็ดีขึ้น ป้ายสัญญาณจราจรต่าง ๆ ก็ติดอย่างเต็มที่ แต่คนขับรถไม่ยอมลดความเร็ว ยังติดประมาท และ รถจักรยานยนต์จำนวนหนึ่ง ก็จะชอบขี่ย้อนศร เพราะจากสถิติในหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะเป็นลักษณะการหลุดโค้ง ฝั่งขาเข้าเมือง มากกว่าฝั่งขาออก อยากให้กรมทางหลวง เพิ่มป้ายสัญญาณเตือนจากหน้าบิ๊กซีมายังโค้งกำนันเชยให้มากขึ้น

ขณะที่รุ่นหลาน รุ่นเหลน กำนันเชย ปัจจุบัน ก็ยังคงมีบ้านพักอาศัยอยู่บริเวณโค้งดังกล่าว เป็นร้านจำหน่ายหิน-ทราย บ้านไม้หลังเดิมของกำนันเชย ได้รื้อออกไปแล้ว เนื่องจากเก่าแก่และมีอายุมาก

รุ่นหลานกำนันเชยคนหนึ่ง ให้ความเห็นกับพิษณุโลกฮอตนิวส์ว่า กำนันเชยเสียชีวิตไปร่วม 40-50 ปีแล้ว แต่โค้งนี้ก็ยังเรียกติดปากว่าโค้งกำนันเชย ในอดีต จะมีคนเก่าของแก่ ทำบุญที่ต้นมะขามใหญ่ตรงหัวโค้งเป็นประจำทุกปี เพราะมีอุบัติเหตุและมีผู้เสียชีวิตบ่อยครั้ง บ้างก็เชื่อว่าเป็นอาถรรพ์ แต่สำหรับตนแล้ว มองว่าเป็นความประมาทของผู้ขับขี่มากกว่า มาถึงโค้งก็ไม่ยอมลดความเร็ว แม้ว่าจะมีป้ายเตือนเป็นระยะ ๆ แถมพวกขี่รถจักรยานยนต์ก็ชอบมักข่าย ชอบขี่รถจักรยานยนต์ย้อนศรเป็นประจำ ซึ่งอุบัติเหตุอย่างนี้รุนแรงถึงกับชีวิต ส่วนรถหลุดโค้งส่วนใหญ่ มาจากความเร็ว ประมาท เมา ซึ่งระยะ หลัง ๆ มานี้ไม่ถึงกับมีผู้เสียชีวิต แต่ก็ชนเสาไฟฟ้าหัก สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านละแวกนี้อย่างมาก

นายศักดิ์ชัย  ศรีบัวจับ พนักงานจากการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคจ.พิษณุโลก บอกว่า อุบัติเหตุเมื่อคืนชนเสาไฟฟ้าหัก เบากว่าเมื่อเดือนพ.ค.59 ที่ครั้งนั้นต้องซ่อมกันครั้งใหญ่ เสาไฟฟ้าหัก 2 ต้น และต้องเปลี่ยนใหม่ถึง 10 ต้น อยากแจ้งเตือนผู้ใช้รถใช้ถนน ให้ใช้ความระมัดระวัง ก่อนเข้าโค้งควรจะลดความเร็วลงให้มาก ในพิษณุโลกนั้น มีหลายโค้งที่เกิดอุบัติเหตุรถมาชนเสาไฟฟ้าหัก ทั้งโค้งกำนันเชย และโค้งกฤษศิริ

………………………………………………………………………………………………………………………………………………………

 

แสดงความคิดเห็น