นิสิตภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ร่วมกับจัดทำการแสดงหุ่นกระบอกกับความเป็นสมัยใหม่ ในเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร ตอนสุบินราชาหงสาพ่าย เพื่อเป็นการสื่อสารกับเยาวชนให้เข้าใจและเรียนรู้ประวัติศาสตร์โดยง่าย และเตรียมพัฒนานำเรื่องราวประวัติศาสตร์มาทำการแสดงอีกหลายเรื่องในอนาคต
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่สถานอารยธรรมศึกษาโขง-สาละวิน มหาวิทยาลัยนเรศวร ทางนิสิตภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรได้ทำการซักซ้อมการแสดงหุ่นกระบอก ในเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร ตอนสุบินราชาหงสาพ่ายอย่างขมักเขม้น ก่อนที่จะไปแสดงงานเทศกาลหุ่นโลก 20 – 26 ก.พ.นี้ ที่จังหวัดกาญจนบุรี
ทั้งนี้แนวคิดในการจัดแสดงหุ่นกระบอก เกิดจากความต้องการของนิสิตภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรที่มีแนวคิดว่าทำอย่างไร ให้ความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์เผยแพร่ให้กับบุคคลภายนอก เข้าใจได้ง่ายขึ้น กลุ่มชมรมประวัติศาสตร์จึงร่วมกันคิดค้นหาสื่อ เพื่อให้ประชาชนและเยาวชนที่รับชมได้เข้าใจประวัติศาสตร์ง่ายขึ้น จนในที่สุดเลือกหุ่นกระบอกมาเป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดเรื่องราว
นายยงยศ ชูชีพ ศิษย์เก่าภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า หุ่นกระบอกนี้นำรูปแบบมาจากหุ่นกระบอกไหหล่ำที่เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย ทางชมรมประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร มองว่าการนำหุ่นมาจัดแสดงจะช่วยให้เกิดการเข้าใจได้ง่ายมากขึ้นในการรับชมและเรียนรู้ตามไป จึงได้เริ่มประดิษฐ์หุ่นกระบอกขึ้นผสมสานกับความเป็นสมัยใหม่เข้าไป จนสามารถสร้างการแสดงหุ่นประบอกเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร ตอนสุบินราชาหงสาพ่าย ขึ้นได้ โดยใช้เวลากว่า 2 ปี ตั้งแต่เริ่มศึกษาจนจัดรูปแบบการแสดงสำเร็จ ทั้งการสร้างหุ่มขึ้นใหม่ การทำดนตรีประกอบและบทการแสดง และขณะนี้พร้อมกว่า 95% ที่นำออกสู่สายตาผู้ชมในการแสดงที่งานเทศกาลหุ่นโลก สำหรับที่เลือกเรื่องสมเด็จพระนเรศวรมาจัดแสดงเพื่อเป็นการเผยแพร่และเทิดพระเกียรติให้ประชาชนได้ทราบเกี่ยวกับประวัติของพระองค์
นายกิตติศักดิ์ สีมูล นิสิตภาควิชาประวัติศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า ปัจจุบันทีมที่ใช้แสดงหุ่นกระบอก ในเรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวร ตอนสุบินราชาหงสาพ่าย มีกว่า 30 ชีวิต โดยได้ร่วมซ้อมกันมานานกว่า 5 เดือนแล้วเพื่อไปแสดงในงานเทศกาลหุ่นโลก ซึ่งก็ได้เตรียมการแสดงไว้ 2 ตอน คือ ตอนนเรศวรราชาธิราชเจ้า และ สุบินราชาหงสาพ่าย ความยากของการแสดงคือทำอย่างไรให้การเชิดหุ่นดูสวยงามและผู้ชมคล้อยตามไปกับบรรยากาศการเชิดหุ่น
ดร.วศิน ปัญญาวุธตระกูล ผู้อำนวยการสถานอารยธรรมศึกษา โขง- สาละวิน กล่าวว่า หัวใจของการแสดงหุ่นกระบอกนี้คือการนำความรู้ทางด้านประวัติศาสตร์นำเสนอในรูปแบบใหม่ที่เป็นสากล เปลี่ยนรูปแบบของหุ่นกระบอกให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น ทั้งเรื่องเครื่องแต่งกาย การชักหุ่น อีกทั้งเรื่องราวที่เลือกมาจัดแสดงอย่างเรื่องสมเด็จพระนเรศวรจะช่วยให้เกิดความรักและหวงแหนประเทศชาติมากยิ่งขึ้น
สำหรับอนาคตการพัฒนาแสดงหุ่นกระบอกก็จะในเรื่องราวการแสดง บทที่แสดงก็จะเพิ่มมากขึ้นอาจนำเรื่อง พ่อขุนรามคำแหง หรือ พระนารายณ์มหาราช มาทำให้เป็นหุ่นกระบอกแสดงเรื่องราวประวัติศาสตร์ของชาติไทยให้คนไทยได้รู้และเข้าถึงได้ง่ายขึ้นโดยเฉพาะเยาวชนที่จะได้เพลิดเพลินเรียนรู้ประวัติศาสตร์ควบคู่กับชมการแสดงหุ่นประบอกร่วมสมัย
