วันที่ 5 พฤษภาคม 60 ที่คลังก้องเกียรติ หมู่ 5 ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก คณะทำงานตรวจสอบปริมาณชนิดและคุณภาพข้าวเปลือกที่เป็นหลักประกันตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวนาปี ปีการผลิต 2559/60 จำนวน 12 ฝ่าย นำโดย นายราชันย์ นครจินดา ผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.จังหวัดพิษณุโลก เดินทางมาร่วมตรวจยุ้งฉาง/คลังสินค้า ธ.ก.ส.เก็บรักษาข้าวเปลือกหอมมะลิ ตามโครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวนาปี ปีการผลิต 2559/60
เพื่อป้องกันการสูญหาย ความเสียหาย หรือทำให้เสื่อมค่า หลังจากมีการนำข้าวเปลือกหอมมะลิ ของกลุ่มสหกรณ์ผู้ใช้น้ำชลประทานวัดพริกจำกัด นำมาเก็บรักษาไว้ โดยบรรจุใส่ถุงบิ๊กแบ็ก 1,215 ถุง น้ำหนักข้าวเปลือกรวมทั้งสิ้น 774.62 ตัน ซึ่งผลการตรวจสอบเบื้องต้นไม่พบปัญหาความเสียหายแต่อย่างใด
นายราชันย์ นครจินดา ผู้อำนวยการ ธ.ก.ส.จังหวัดพิษณุโลก เปิดเผยว่า โครงการสินเชื่อชะลอการขายข้าวนาปี ปีการผลิต 2559/60 ที่จังหวัดพิษณุโลกนับเป็นครั้งแรก หลังจากที่ผ่านมาโครงการดังกล่าวมีในพื้นที่ ภาคอีสานและทางภาคเหนือเพียงไม่กี่จังหวัด ด้วยผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เห็นว่าเป็นโครงการที่ดีที่สามารถช่วยเหลือเกษตรกรได้ จึงทางรัฐบาลเพื่อนำโครงการชะลอการขายข้าวมาช่วยเหลือเกษตรกรในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งในโครงการมีเกษตรกรจำนำยุ้งฉางจำนวน 400 ราย และ มีการรวมเป็นกลุ่มสหกรณ์ของ กลุ่มสหกรณ์ผู้ใช้น้ำชลประทานวัดพริกจำกัด มีสมาชิก 61 ราย ปริมาณข้าว 774 .62 ตัน ซึ่งเป็นการเก็บรักษาข้าวรอการจำหน่ายเพื่อให้ได้ราคาดีขึ้น ดีกว่าเร่งรีบขายในช่วงที่ข้าวออกสู่ท้องตลาด จนราคาข้าวตกต่ำขายไม่ได้ราคาและอาจขาดทุนได้ 
สำหรับข้าวที่เก็บรักษาตามโครงการดังกล่าวเริ่มเมื่อวันที่ 3 มีนาคม 2560 มีระยะเวลาการเก็บรักษา 4 เดือน ซึ่งข้อดีคือรัฐบาลประกับราคาข้าวที่ร่วมโครงการฯไว้ที่ตันละ 9,500 บาท ในขณะที่ทางสหกรณ์รับซื้อข้าวจากเกษตรกรที่เป็นสมาชิกสหกรณ์มาในราคาตันละ 6-7 พันบาท ขณะที่ราคา ณ เวลานี้ท้องตลาดสามารถขายข้าวได้ตันละ 9,700 บาท ซึ่งหากสหกรณ์ขายข้าวช่วงนี้ก็จะมีกำไรถึงตันละ 200 บาท แต่หากจะรอราคาดีกว่านี้ก็สามารถทำได้ หรือหากราคาขายต่ำตก ทางรัฐบาลก็จะรับระบายข้าวดังกล่าวให้ ทำให้เกษตรกรลดความเสี่ยงด้านราคา พร้อมทั้งจ่ายค่าดูแลรักษาคุณภาพข้าวตันละ 1,500 บาท ให้ด้วย จึงนับได้ว่าโครงการนี้สามารถช่วยเหลือราคาข้าวให้กับเกษตรกรได้มากขึ้น
