เบอร์ 2 ชิงนายก อบจ.พิจิตร โชว์ผลงานเก่า ลั่นฝ่ายตรงข้ามมีแผนซื้อเสียง

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 63  ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร ทีมเรารักพิจิตร เบอร์ 2  ในการเลือกตั้งองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตร เปิดใจว่า ยอมรับว่าครั้งนี้มีการใส่ร้ายกัน คนทั่วไปเขารู้กันร้อยละ 80-90 ว่าจะมีการซื้อเสียง ถ้าเราซื้อเสียงไปในลักษณะอย่างนี้แล้ว หลังจากลงทุนไปแล้วสิ่งที่เขานำมาลงทุน เขาจะต้องนำกลับไป ซึ่งยังมองไม่ออกว่าที่ลงทุนไปแล้วมันจะเป็นอะไรถึงลูกถึงหลาน ซึ่งลูกหลานจะมองว่าสามารถใช้เงินไปซื้อและสามารถเข้ามาสู่การดำรงตำแหน่ง และยังมีสนามเทศบาล สนามองค์การบริหารส่วนตำบลอีก ที่จะต้องรองรับจากการเลือกตั้งขององค์การบริหารส่วนจังหวัดนายชาติชาย กล่าวอีกว่า เข้าใจว่าน่าจะจดชื่อกันไปซัก 200,000-300,000 คน มีรายงานมาเป็นจำนวนมากว่าที่จดชื่อนี่ไม่กลัวฟ้าดินอะไรเลย ต้องวอน กกต.กลางลงมาดูในสิ่งที่คนพิจิตรวิตกกังวลยังไง สิ่งเหล่านี้ถ้ามันผ่านพ้นสายตาของ กกต. ผ่านพ้นสายตาของเจ้าหน้าที่ของรัฐแล้ว แต่คิดว่าจะมีหลักฐานสำคัญๆ เพราะว่าเป็น 100,000 รายชื่อ และแสนรายชื่อเหล่านั้นก็คงจะมีหลักฐานอันสำคัญที่จะนำไปสู่ของการจัดการเลือกตั้งของ กกต. หรือระบบเลือกตั้ง ต้องยอมรับว่าไม่เป็นไร เข้าใจว่าทุกคนคงจะมีหลักฐาน ที่เขาได้ลงพื้นที่ และส่วนหนึ่งผมมีเป็นจำนวนมากที่ประสานเข้ามา จะมีการดำเนินการจดชื่อซื้อเสียง ส่วนหนึ่งจะมีหน่วยกล้าตายเข้ามาจับการทุจริต แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นต้องให้ กกต.เข้ามาช่วยดู เพื่อเป็นหลักฐานมัดแน่น สำหรับการซื้อเสียงในครั้งนี้1.ซื้อไปเขาก็ไม่ลงคะแนนให้  2.เมื่อซื้อแล้ว คิดว่าส่วนหนึ่ง กกต.ส่วนกลางคงจะลงมา และจะต้องมีหน่วยงานของสันติบาลลงมาด้วย คงให้ข้อมูลที่มีความสำคัญที่ชัดเจน ว่าการที่ได้มีการส่อถึงการที่จะซื้อเสียง แล้วมีการเริ่มต้นจดชื่อ สัญญาบอกว่าจะให้ช่วงนั้นช่วงนี้ เพราะว่าช่วงนี้ต้องยอมรับว่าให้เงินผู้นำไปพอสมควรแล้ว แต่ว่าในกรณีที่ช่วงของเขาได้นำเงินมา คิดว่าส่วนหนึ่งเขาดูอยู่ว่าจะเข้าไปบ้านไหน บ้านใคร ยังไง และกระจายยังไง ข้อมูลคงมีมากพอสมควรแล้ว หลังจากนี้คงต้องเป็นเรื่องของเจ้าหน้าที่”นายชาติชาย กล่าวหัวหน้ากลุ่มเรารักพิจิตร กล่าวด้วยว่า ตนอยากจะเรียนกับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ต่างๆว่า ถ้า 4 ปี สมมุติว่าเอาเงินมาหิ้วกระเป๋ามาเอามาลงปุ๊บ แล้วไม่ได้มีกิจกรรมอะไรเลย ซึ่งคนทำงานต่อไปเขาจะทำยังไง แล้วก็สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่หลายคนเขาวิตกกังวล อยู่ตรงนี้มาทราบดีว่าใครควรจะทำอะไร ที่ไหน เมื่อไหร่ อย่างไร ในอดีตคนที่จะลงมาเป็นตัวแทนต้องมีผลงานไหม ไม่ว่าจะเป็นระดับสูงขึ้นไป รัฐบาล หรือจะเป็นรัฐมนตรี หรือ ส.ส. มันต้องมีผลงานให้คนได้เห็นเป็นรูปธรรม ซึ่งสิ่งนั้นมันจะทำให้เกิดความเจริญมากกว่า

สำหรับนโยบายในการหาเสียงได้ชูประเด็นหลักๆ คือ

  1. ด้านระบบน้ำเพื่อการเกษตรยั่งยืน
  2. ด้านคุณภาพชีวิตของประชาชน เกี่ยวกับผู้สูงอายุ มีวิทยาลัยผู้สูงอายุ และเยาวชน คนด้อยโอกาส
  3. ด้านการพัฒนาพื้นฐาน การคมนาคม
  4. ด้านการศึกษา ที่พัฒนาต่อยอด
  5. ด้านวัฒนธรรมประเพณีที่สืบทอดกันมานาน
  6. ด้านความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน และอาชญากรรมต่างๆจังหวัดพิจิตร มีผู้สมัครนายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิจิตรจำนวน 5 คน ประกอบด้วย พันตำรวจเอกกฤษฎา ภัทรประสิทธิ์ กลุ่มพัฒนาพิจิตร หมายเลข 1 นายชาติชาย เจียมศรีพงษ์ ทีมเรารักพิจิตร อดีตนายก อบจ.พิจิตร หมายเลข 2 นายวิเชียร เธียรชัยพงษ์ ทีมศิษย์หลวงพ่อเพชร หมายเลย 3 นายมาโนช วัฒนประสิทธิ์ คณะก้าวหน้า หมายเลข 4 และนางพัฒนียา มูละ ผู้สมัครอิสระ หมายเลข 5

แสดงความคิดเห็น