วันที่ 9 ก.ย.2567 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟสบุ๊ก “Tomtam Chanok” ได้โพสต์เตือนภัยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นช่วงกลางคืนของวันที่ 7 ก.ย. ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 21.36 น. บริเวณในร้านคาเฟ่โฮมุคาเฟ่ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก เพื่อเตือนภัยคนนครไทยให้ระมัดระวังชายปริศนาที่ตระเวนขับรถกระบะขว้างปาขวดแก้ว ทำลายข้าวของเสียหาย และให้ช่วยดูแลความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินต่างๆ
โดย น.ส.ชนกกมล หันจันทร์ อายุ 31 ปี เจ้าของร้านโฮมุคาเฟ่ ที่ยังอยู่ในอาการหวาดกลัวขวัญผวากับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น เปิดเผยว่า ตนเองเปิดคาเฟ่แห่งนี้มาได้ประมาณ 4 ปี ก็ไม่เคยเจอเหตุการณ์ไหนน่าตกใจกลัวขนาดนี้เลย เพราะว่าในคืนวันเกิดเหตุนั้นตนเพิ่งจะไปส่งลูกๆ ที่บ้านคุณปู่และคุณย่า ส่วนสามีไปดูแลธุรกิจร้านอาหารอีกแห่งหนึ่งในตัวอำเภอ ก่อนจะกลับมาอยู่ร้านเพียงลำพัง ขณะเกิดเหตุตนอยู่ในร้านก็ได้ยินเสียงเหมือนอะไรแตกดังมากจากหน้าร้าน แล้วมีเสียงคนกรีดร้องข้างนอก ตนจึงเดินออกไปดูก็เหยียบกับเศษแก้วจนได้รับบาดเจ็บที่เท้าเลือดออก พอตั้งสติได้ก็เห็นข้าวของเสียหายบางส่วน พร้อมกับไปเปิดกล้องวงจรปิดดูจึงพบภาพที่น่าตกใจมากๆ เป็นชายปริศนาขับรถกระบะมาจอดหน้าร้าน แล้วจู่ๆ ก็ถือขวดแก้วลงมาขว้างปาใส่อย่างแรงเหมือนระบายอารมณ์ แล้วก็รีบวิ่งไปขึ้นรถกระบะขับหลบหนีไป จึงรีบโทรบอกสามีให้รีบกลับมาดูที่ร้าน ก่อนจะไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันที่ สภ.นครไทย
ซึ่งต่อมาทราบว่า ชายปริศนาคนดังกล่าวยังไปก่อเหตุขว้างปาขวดใส่ร้านสักแห่งหนึ่ง จนกระจกหน้าร้านแตกเสียหาย และไปปาขวดที่ร้านอาหารอีกแห่งหนึ่งด้วย รวมเป็น 3 แห่ง จนตำรวจทราบเบาะแสติดตามไปควบคุมตัวที่บ้านพัก ซึ่งยังอยู่ในอาการคลุ้มคลั่ง ก่อนจะนำตัวมาสงบสติอารมณที่โรงพัก พร้อมกับเชิญครอบครัวและญาติๆ มาพูดคุยเพื่อไกล่เกลี่ยเรื่องค่าเสียหายกัน แต่ล่าสุดขณะนี้ก็ยังตกลงเรื่องค่าเสียหายไม่ได้ บางร้านจำเป็นต้องหยุดปิดร้านชั่วคราว ทำให้ไม่สามารถเปิดกิจการขาดรายได้ไปด้วย ซึ่งผู้ก่อเหตุอ้างว่าเป็นผู้ป่วยจิตเวชมีความเครียดจึงหาที่ระบายอารมณ์
ตนจึงอยากวิงวอนขอให้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ช่วยตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง เพราะว่าถ้าหากชายคนดังกล่าวไปก่อเหตุอื่นที่รุนแรงกว่านี้ ถ้าวันเกิดเหตุนั้นลูกๆ ของตนอยู่ในร้านด้วย แล้วผู้ก่อเหตุเกิดคลุ้มคลั่งเข้ามาทำร้ายจนเป็นอันตรายถึงชีวิตจะทำเช่นไร คงจะไม่ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยแบบนี้ ถือว่าเป็นบุคคลอันตรายต่อสังคมมากๆ ยืนยันจะขอดำเนินคดีตามกฎหมายเอาเรื่องให้ถึงที่สุด.





