เมื่อประวัติศาสตร์ชุมชนถูกท้าทายด้วยกระแสความเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย เด็ก ๆ อาจรู้จักโลกและหลายประเทศจากวิชาสังคมศึกษา แต่กลับไม่รู้ว่าหมู่บ้านในตำบลสมอแข ซึ่งเป็นถิ่นฐานชาวไท–ยวนเมืองสองแคว ได้ก่อร่างสร้างชีวิตและดิ้นรนมาตลอดนับร้อยปี รากเหง้าและอัตลักษณ์เหล่านี้เป็นสิ่งละเอียดอ่อนที่นับวันจะค่อย ๆ เลือนหายไป

ภาษาไท–ยวนและประเพณีม้าไม้ จึงถูกนำมาสร้างสรรค์เป็นการ์ตูนเล่มเล็ก ที่เพิ่งได้ลิขสิทธิ์แต่ไม่มีทุนพิมพ์มากนัก จึงกลายเป็นความฝันใหญ่ของครูน้อย ๆ อย่าง “ธนากร รอดรักษา” หรือ “ครูอ๊าฟ” ที่ตั้งใจพิมพ์เพียง 60 เล่ม เพื่อบันทึกความทรงจำและเรื่องราวสำคัญของชุมชน ในวันที่การอ่านหนังสือดูเหมือนจะล้าสมัย และการเรียนประวัติศาสตร์ชุมชนกลายเป็นเรื่องน่าเบื่อของคนรุ่นใหม่ ครูอัพกำลังพยายามเปลี่ยนภาพนั้น

จุดเริ่มต้นความสนใจเรื่องไท–ยวน
ครูอ๊าฟ:
“ผมชอบฟังเรื่องเล่าของปู่ย่าตายาย เกี่ยวกับการอพยพย้ายถิ่นของชาวไท–ยวนมาตั้งแต่เด็ก พอเข้าเรียนมหาวิทยาลัยก็ได้ทำเรื่องประวัติศาสตร์หมู่บ้านจริงจังขึ้น โดยเฉพาะตอนเรียนจบปริญญาโท ผมทำวิจัยศึกษาวัฒนธรรมไทยวนกับเยาวชน และนำงานวิจัยนั้นมาต่อยอดเป็นการ์ตูนเพื่อใช้เป็นคู่มือให้ชุมชน
ทำไมต้องเป็น “หนังสือ”
ครูอ๊าฟ:
ครูอ๊าฟ:
“หนังสือเริ่มตั้งแต่การกำเนิดชาติพันธุ์ไทยวนในสมัยโยนกเชียงแสน จนกระทั่งอพยพมาตั้งถิ่นฐานที่พิษณุโลก และบทบาทความสำคัญของไทยวนต่อจังหวัด
ครูอ๊าฟ:
“เริ่มจากภาษา สำเนียงของไทยวนจะคล้ายเหนือปนเหน่อ เพราะมีรากจากราชบุรี ด้านวัฒนธรรมใกล้เคียงกับภาคเหนือ เช่น การทำบุญ การขันข้าว การ ‘แจง’ และประเพณีแห่นาคม้าไม้ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์เด่นของไทยวน
การรักษาอัตลักษณ์ไทยวน
ครูอ๊าฟ:
“ในสมอแขยังมีการออกแบบเครื่องแต่งกายจากผ้าไทยวน แต่คนที่สืบสานจริง ๆ ส่วนใหญ่เป็นผู้สูงวัย รุ่นเดียวกับผมมีน้อยมาก และบางทีคนที่สนใจกลับเป็นคนนอกชุมชนเสียด้วยซ้ำ ความยั่งยืนต้องอาศัยหลายรุ่นสานต่อ”
เป้าหมายของหนังสือ
ครูอัพ:
ความสำคัญของประวัติศาสตร์ชุมชน
ครูอ๊าฟ:
“ถ้าเด็กไม่รู้ประวัติศาสตร์ เขาอาจมองว่าไม่จำเป็น แต่จริง ๆ แล้วมันสอนให้เราใช้ชีวิตได้อย่างมีสติ เรียนรู้จากอดีตเพื่อลดความผิดพลาด เด็กบางคนก็บอกผมว่า ประวัติศาสตร์ช่วยประหยัดเวลาเรียนรู้ เพราะเราได้บทเรียนจากผู้อื่น”
สถานะหนังสือการ์ตูน
หนังสือการ์ตูนไทยวนยังอยู่ในขั้นตอนขอลิขสิทธิ์ จัดจำหน่ายแบบพรีออเดอร์ จำกัดเพียง 60 เล่ม เป็นที่ระลึกและขอบคุณผู้สนับสนุน
ฝากถึงผู้สนใจประวัติศาสตร์ชาติพันธุ์
ครูอ๊าฟ:
“ไม่ใช่แค่ไทยวน ทุกชาติพันธุ์ในประเทศควรได้รับการปลูกฝังให้เยาวชนเห็นคุณค่า เพราะสื่อยุคใหม่ดึงความสนใจเด็กออกจากเรื่องรากเหง้า เราจึงควรหาวิธีผสมผสานวัฒนธรรมเก่ากับสิ่งใหม่ เช่น ใช้เทคโนโลยี AI ช่วยสร้างสรรค์การ์ตูนเล่มนี้ เพื่อให้ประวัติศาสตร์ไม่ตายไป”
หนังสือเล่มนี้อาจไม่ใช่เรื่องของจำนวนพิมพ์หรือความสวยงาม แต่คือการมีอยู่จริงของเรื่องราวชาติพันธุ์ไท–ยวนในพิษณุโลก เพื่อส่งต่อให้ครู นักเรียน และผู้เฒ่าได้ใช้เป็นคู่มือเรียนรู้รากเหง้าของชุมชน ครูอัพจึงเปรียบเหมือนแสงสว่างเล็ก ๆ ในการรักษาอัตลักษณ์ท่ามกลางกระแสโลกที่เปลี่ยนไป แน่นอนว่า การปลูกฝังวิถีชุมชนเป็นเรื่องใหญ่ที่พูดกันมานาน และดูเหมือนเป็นงานระดับชาติที่ต้องคิด แต่คนอย่างครูอัพ เลือกลงมือทำ คุณค่าจึงเกิดขึ้นจากวิถีคิดสู่หนังสือการ์ตูน ไท-ยวนเล่มนั้น

สุธีร์ เรืองโรจน์ รายงาน











