พิษณุโลก เข้าสู่ฤดูหนาว ชุมชนบ้านวังส้มซ่า ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เปิดแปลงกะหล่ำปลีปลอดสารพิษริมแม่น้ำน่าน ต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้รักสุขภาพ เชิญชวนเช็คอิน ถ่ายภาพ ทานอาหารพื้นถิ่น และสัมผัสวิถีชุมชนอย่างยั่งยืน

วันนี้ (7 มกราคม 2569) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุมชนบ้านวังส้มซ่า หมู่ 2 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นหมู่บ้านท่องเที่ยววิถีชุมชน ได้เริ่มเปิดฤดูกาลท่องเที่ยวพร้อมแปลงกะหล่ำปลีปลอดสารพิษริมแม่น้ำน่าน ต้อนรับฤดูหนาว หลังจากประสบความสำเร็จต่อเนื่องในการพัฒนาการท่องเที่ยวเชิงชุมชน สร้างรายได้และอาชีพเสริมให้กับชาวบ้านในพื้นที่
ในช่วงฤดูหนาวของทุกปี ชาวบ้านวังส้มซ่าจะร่วมแรงร่วมใจกันปลูกกะหล่ำปลีตามแนวริมแม่น้ำน่านและรอบบ้านเรือน เพื่อสร้างภูมิทัศน์สีเขียวสดสวยงาม และพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรควบคู่กับวิถีชีวิตชุมชน โดยใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงเป็นหลัก สร้างความมั่นคงทางอาหาร และเพิ่มมูลค่าให้กับผลผลิตทางการเกษตร

สำหรับปีนี้ ชุมชนบ้านวังส้มซ่าได้ยกระดับการท่องเที่ยววิถีชุมชนมากขึ้น ด้วยการเชิญชวนนักท่องเที่ยวทั้งในและนอกจังหวัด ร่วมแต่งกายด้วยผ้าไทยมาเที่ยวชมหมู่บ้าน ถ่ายภาพกับแปลงกะหล่ำปลีที่กำลังเริ่มออกหัวท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเย็นริมแม่น้ำน่าน ก่อนจะเลือกชิมอาหารพื้นถิ่นหลากหลายเมนูตลอดเส้นทางท่องเที่ยวของชุมชน
บรรยากาศโดยรอบเต็มไปด้วยความร่มรื่น นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมแปลงผัก เก็บภาพสวย ๆ และพูดคุยกับชาวบ้านที่เป็นเจ้าของแปลงกะหล่ำปลีได้อย่างเป็นกันเอง สะท้อนเสน่ห์ของการท่องเที่ยวแบบวิถีชุมชนที่ผสานการท่องเที่ยว ธรรมชาติ และสุขภาพเข้าไว้ด้วยกัน
หนึ่งในเมนูที่สร้างชื่อเสียงให้กับบ้านวังส้มซ่าคือ “กะหล่ำปลีไข่ตุ๋น” ซึ่งใช้กะหล่ำปลีสดปลอดสารจากแปลงในหมู่บ้าน นำมาปรุงกับไข่จนได้รสชาติกลมกล่อม กลายเป็นเมนูเพื่อสุขภาพที่นักท่องเที่ยวต้องสั่งชิมแทบทุกโต๊ะ
นางทิพวรรณ สนอ๋อง อายุ 60 ปี ชาวบ้านชุมชนบ้านวังส้มซ่า กล่าวว่า ปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้วที่ชุมชนร่วมกันปลูกกะหล่ำปลีรอบหมู่บ้าน เพื่อสร้างอัตลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวในช่วงฤดูหนาว โดยแต่ละปีจะให้ผลผลิตมากกว่า 5 ตัน จำหน่ายกะหล่ำปลีสดในราคากิโลกรัมละ 50 บาท ส่วนกะหล่ำปลีไข่ตุ๋นจำหน่ายหัวละ 120 บาท ซึ่งมีนักท่องเที่ยวและลูกค้าประจำสั่งซื้อเป็นจำนวนมาก
“ปีนี้ลูกค้าเริ่มสั่งจองหัวกะหล่ำปลีล่วงหน้าเพิ่มขึ้น เพราะกะหล่ำปลีของที่นี่ปลอดสารพิษ รสชาติกรอบ หวาน อร่อย และเก็บได้นาน ทำให้ปลูกแทบไม่ทันต่อความต้องการ คาดว่าผลผลิตรวมปีนี้จะไม่ต่ำกว่า 5 ตันเหมือนทุกปี” นางทิพวรรณกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ภายในชุมชนบ้านวังส้มซ่ายังมีโฮมสเตย์ไว้รองรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการพักค้างคืน เพื่อสัมผัสบรรยากาศริมแม่น้ำน่าน เรียนรู้การปลูกผักปลอดสาร และร่วมทำอาหารพื้นถิ่นกับชาวบ้าน อาทิ กะหล่ำปลีไข่ตุ๋น และเมนูเพื่อสุขภาพอื่น ๆ สร้างประสบการณ์การท่องเที่ยวที่ครบทั้งกิน เที่ยว และเรียนรู้ในคราวเดียว
ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ กลุ่มวิสาหกิจชุมชนพัฒนาผลิตภัณฑ์ทรัพยากรชีวภาพเพื่อเศรษฐกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า โทรศัพท์ 0-5532-2256 หรือ นางสาววรัญญา หอมธูป ผู้ประสานงานชุมชนบ้านวังส้มซ่า โทร. 086-9291745


