“ประโยชน์ ลูกพลับ” ครูทำกลองมังคละ หนึ่งเดียวพิษณุโลก ศิลปินผู้อนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้านกว่า 100 ปี

วันนี้ ( 22 ม.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดนตรีมังคละ จังหวัดพิษณุโลก ถือว่ามีชื่อเสียง และเป็นดนตรีพื้นบ้านที่สืบทอดมาอย่างยาวนาน กว่า 100 ปี อาจารย์ประโยชน์ ลูกพลับ ศิลปินพื้นบ้านและผู้เชี่ยวชาญด้าน ดนตรีพื้นบ้านมังคละ จังหวัดพิษณุโลก ผู้สืบทอดการทำกลองมังคละ มาจากนายทองอยู่ ลูกพลับ ผู้เป็นพ่อและถือว่าเป็นปราชญ์ชาวบ้านที่มีลูกศิษย์ลูกหา มาขอความรู้จาก อาจารยประโยชน์ กันจำนวนมาก
 โดย อ.ประโยชน์ ลูกพลับ ได้เปิดบ้านเป็นที่ทำการชมรมอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้านมังคละ จังหวัดพิษณุโลก เลขที่ 34/4 หมู่ 4 ตำบลจอมทอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อเปิดให้ประชาชน นักเรียน เยาวชนทั่วไป ได้มาศึกษาเกี่ยวกับกลองมังคละ  โดยอาจารย์ประโยชน์ ได้สร้างโรงเรือน ซึ่งเต็มไปด้วยอุปกรณ์ทำเครื่องดนตรีพื้นบ้านจำนวนมาก ทั้งไม้แก่นขนุน ที่นำมาทำกลองมังคละ หนังวัวสำหรับทำหน้ากลอง และไม้ชนิดต่าง ๆ ที่ใช้เป็นส่วนประกอบของเครื่องดนตรีในวง อาทิ คืนต้นมะพร้าว ก็จะนำมาไว้ทำกลอง 2 หน้า

อาจารย์ประโยชน์ เปิดเผยว่า ดนตรีมังคละเป็นวิถีชีวิตของชาวบ้าน และได้คลุกคลีมาตั้งแต่เกิด เนื่องจากบิดา ( ทองสุข ลูกพลับ) เป็นทั้งผู้เล่นและผู้ทำกลองมังคละ ตื่นเช้ามาก็ได้ยินเสียงกลอง เรียกได้ว่าเป็นสายเลือดโดยตรง” ปีนี้ตนอายุ 77 แล้ว เรียนรู้เรื่องกลองมังคละ และสืบทอดจากบิดา ตั้งแต่อายุ 30 กว่าๆ ทำให้ผูกพันกับกลองมังคละมาตลอด เมื่อบิดาป่วย จึงเข้ามารับหน้าที่ดูแลวง และก่อตั้งเป็นชมรมอนุรักษ์ดนตรีพื้นบ้านมังคละ เพื่อเป็นศูนย์กลางกำหนดทิศทางการอนุรักษ์ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน โดยดนตรีมังคละพบใน 3 จังหวัดหลัก คือ พิษณุโลก สุโขทัย และอุตรดิตถ์
ตอนแรกมีหน่วยงานต่างๆติดต่อดนตรีมังคละไปแสดงจำนวนมาก ก่อนที่ระยะหลังจะมีพื้นที่แสดงน้อยลง จนกระทั่งสถาบันราชภัฏเข้ามาฟื้นฟู ดึงคนเฒ่าคนแก่กลับมารวมวงแสดงอีกครั้ง จึงเกิดการรวมกลุ่มจัดตั้งวงมังคละอย่างจริงจัง และในช่วงเดือนพฤกษภาคมทุกๆ ปี ก็จะมีพิธีไหว้ครูมังคละ เพื่อรำลึกถึงบูรพาจารย์ต่างๆ
สำหรับเสน่ห์ของมังคละ คือ “กลอง” หรือที่ชาวบ้านเรียกว่า “โกรก” แต่การเล่นเพียงตัวเดียวไม่เกิดความไพเราะ ต้องบรรเลงเป็นวงครบองค์ประกอบ ซึ่งสมเด็จฯ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัตติวงศ์ เคยทรงเรียกวงมังคละที่วัดสกัดน้ำมันว่า “เบญจดุริยางค์” ประกอบด้วยเครื่องดนตรี 5 ชนิด หากขาดเสียงใดเสียงหนึ่ง จะไม่ถือเป็นดนตรีมังคละที่สมบูรณ์ โดยหัวใจสำคัญคือการรักษาจังหวะให้ชัดเจน

ตลอดหลายสิบปีของการทำงานชมรม สามารถรักษาอัตลักษณ์ดนตรีมังคละไว้ได้ ผ่านการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้แก่นักเรียนระดับประถมศึกษาในหลายโรงเรียน ได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด จัดทำกลองมังคละส่งต่อให้โรงเรียนต่าง ๆ จำนวน 9 ชุด ครอบคลุม 9 อำเภอ ให้เป็นศูนย์มังคละประจำอำเภอ พร้อมคิดท่ารำประกอบการแสดง จำนวน 15 ท่า สะท้อนวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่ และบรรจุเป็นรายวิชาเรียน
นอกจากนี้ ยังมีความตั้งใจผลักดันการเรียนการสอนดนตรีมังคละสู่ระดับมัธยมศึกษา เพื่อขยายการเผยแพร่ภูมิปัญญาท้องถิ่นให้กว้างขวางยิ่งขึ้น ขณะเดียวกัน อาจารยฺ์ประโยชน์ ยังเปิดเผยหลักสูตรวิชาดนตรีมังคละ ซึ่งจัดทำร่วมกับสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด เป็นชุดองค์ความรู้ที่รวบรวมเรื่องราวดนตรีมังคละไว้อย่างครบถ้วน เพื่อให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมอันทรงคุณค่าของจังหวัดพิษณุโลกและของชาติสืบไป
สำหรับผู้ที่สนใจเกี่ยวกับกลองมังคละ จาก อาจารย์ประโยชน์ ลูกพลับ หรือต้องการไปศึกษาหรือ ติดต่อดนตรีมังคละไปแสดงตามงาน ก็สามารถติดต่อได้ที่ 081-6056338
///////////

แสดงความคิดเห็น