พิษณุโลก เกษตรกรอำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก หันมาขุดแห้วนาในแปลงนาสร้างรายได้ช่วงฤดูแล้ง หลัง “แป้งแห้วนาหนองกุลา” ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า GI ช่วยยกระดับชื่อเสียงทั้งด้านคุณภาพและรสชาติ โดยเฉพาะเมื่อแปรรูปเป็นแป้งสำหรับทำขนมหลากหลายชนิด ทำให้ราคาพุ่งสูง แป้งที่ผลิตจากแห้วนาบางระกำมีราคาจำหน่ายกิโลกรัมละ 600–700 บาท และยังมีความต้องการสูงจนผลิตไม่ทันขาย ด้วยจุดเด่นของแป้งที่เหนียวนุ่ม สามารถนำไปทำขนมได้หลากหลาย อีกทั้งการเพาะปลูกยังมีต้นทุนต่ำเมื่อเทียบกับพืชชนิดอื่น
เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 6 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่แปลงนาแห้วของ ลุงแวน นายชุติพงศ์ ฟักปั้น เกษตรกรผู้ปลูกแห้วนา บ้านเลขที่ 75 หมู่ 18 ตำบลหนองกุลา อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นหนึ่งในสมาชิกกลุ่มผู้ปลูกแห้วนา 30 รายของอำเภอบางระกำ พบชาวบ้านหลายคนกำลังช่วยกันขุดหัวแห้วนาอย่างคึกคัก โดยนำจอบ เสียม ตะกร้า และร่มกันแดดไปปักกลางทุ่งนา แล้วนั่งขุดหาแห้วนาเพื่อนำไปจำหน่าย
แห้วนาสดจำหน่ายได้กิโลกรัมละประมาณ 100 บาท แต่หากนำมาทำความสะอาดและแปรรูปเป็นแป้ง จะสามารถจำหน่ายได้ถึงกิโลกรัมละ 500–700 บาท ทำให้ชาวบ้านจำนวนมากเข้ามาขุดแห้วนาในพื้นที่ของลุงแวน ซึ่งมีเนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ โดยลุงแวนเปิดให้ชาวบ้านเข้ามาขุดแห้วนาได้ คิดค่าขุดคนละ 50 บาทต่อวัน จะขุดได้มากน้อยเท่าใดก็ได้ เพื่อเป็นรายได้เสริมให้กับชุมชน
ลุงแวนเล่าว่า เดิมทีตนทำอาชีพทำนา แต่เนื่องจากราคาข้าวไม่แน่นอนและต้นทุนสูง จึงหันมาปลูกแห้วนา ซึ่งเป็นพืชท้องถิ่นของอำเภอบางระกำ และตนถือเป็นคนแรก ๆ ที่เริ่มปลูกอย่างจริงจัง ช่วงแรกแป้งจากแห้วนามีราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 1,000 บาท และยังมีความต้องการสูงมาก
ปัจจุบันพื้นที่นา 6 ไร่ สามารถผลิตแป้งแห้วนาได้ประมาณ 300 กิโลกรัม หากจำหน่ายกิโลกรัมละ 700 บาท จะมีรายได้ประมาณ 210,000 บาท ขณะที่ต้นทุนการปลูกมีเพียงหลักพันบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าเตรียมพื้นที่ เช่น ค่าไถหรือค่าปรับพื้นที่ไร่ละประมาณ 200 บาทเท่านั้น
ลุงแวนยังเล่าว่า ในช่วงแรกยังไม่มีใครรู้จักแป้งจากแห้วนา ตนต้องนำสินค้าไปขายตามหมู่บ้านและตำบลต่าง ๆ จนเริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ
สำหรับการแปรรูปแห้วนาเป็นแป้งนั้น ถือเป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่สืบทอดกันมานานกว่า 100 ปี โดยใช้แห้วสดประมาณ 4 กิโลกรัม เพื่อผลิตแป้งแห้วนา 1 กิโลกรัม แป้งชนิดนี้สามารถนำไปทำขนมได้หลากหลาย เช่น ขนมกวนแป้งแห้วราดกะทิ หรือทำแป้งแผ่นย่างคล้ายโรตีใส่มะพร้าวขูด ซึ่งมีจุดเด่นที่เนื้อแป้งเหนียวนุ่มเป็นพิเศษ
นอกจากนี้ ลุงแวนยังนำแป้งแห้วนาไปพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น เส้นก๋วยเตี๋ยวและเส้นผัดไทยจากแป้งแห้วนา ซึ่งเคยส่งเข้าประกวดและได้รับรางวัลชนะเลิศ โดยจุดเด่นของเส้นแห้วนา คือมีความเหนียวนุ่ม ไม่จับตัวเป็นก้อนเหมือนเส้นทั่วไป แม้ทิ้งไว้หลังปรุงเสร็จ และยังเหมาะกับผู้สูงอายุที่เคี้ยวอาหารยาก
ปัจจุบันลูกค้าส่วนใหญ่จะโทรศัพท์มาสั่งซื้อครั้งละ 4–5 กิโลกรัม แต่สินค้าก็ยังไม่เคยพอขาย
ลุงแวนกล่าวเพิ่มเติมว่า แห้วนาเป็นพืชท้องถิ่นของอำเภอบางระกำที่ในอดีตพบได้ทั่วไปตามท้องนา ชาวบ้านนิยมนำมาทำแป้งไว้บริโภคในครัวเรือน แป้งแห้วนาที่ตากแห้งสนิทสามารถเก็บไว้ได้นานนับสิบปี แต่ในช่วงหลังปริมาณแห้วนาในธรรมชาติลดลง เนื่องจากการใช้สารเคมีทางการเกษตร โดยเฉพาะยาฆ่าหญ้า จึงต้องมีการฟื้นฟูและนำพันธุ์แห้วนาท้องถิ่นมาปลูกใหม่
แห้วนาในพื้นที่บางระกำมีความแตกต่างจากแห้วที่ปลูกในจังหวัดสุพรรณบุรี โดยแห้วสุพรรณนิยมรับประทานสดหรือนำไปบรรจุกระป๋อง ส่วนแห้วนาบางระกำสามารถรับประทานสดได้เช่นกัน แต่จะนิยมแปรรูปเป็นแป้งมากกว่า และแห้วสุพรรณไม่สามารถนำมาทำแป้งได้
ด้าน ป้าถนอม จันทร์เพ็ง อายุ 75 ปี ชาวบ้านที่เข้ามาขุดแห้วนาเพื่อนำไปทำแป้งขาย เปิดเผยว่า โดยปกติสามารถขุดแห้วนาได้วันละประมาณ 4 กิโลกรัม โดยจะขุดแห้ว 3 วัน และใช้เวลา 1 วันในการแปรรูปเป็นแป้ง ปัจจุบันจำหน่ายแป้งแห้วนาในราคากิโลกรัมละ 600 บาท สร้างรายได้เฉลี่ยเกือบ 10,000 บาทต่อเดือน ในช่วงเดือนมกราคมถึงเดือนเมษายน
ทั้งนี้ “แป้งแห้วนาหนองกุลาพิษณุโลก” ได้รับการประกาศขึ้นทะเบียนเป็นสินค้า สิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (GI) โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญา นับเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 3 ของจังหวัดพิษณุโลก ต่อจาก กล้วยตากบางกระทุ่ม และ มะม่วงน้ำดอกไม้สีทอง ซึ่งจะช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับสินค้าและสร้างรายได้ให้เกษตรกรในพื้นที่มากขึ้น
แป้งแห้วนาเป็นแป้งที่ผลิตจากหัวแห้วที่ขึ้นในพื้นที่ดินร่วนปนทราย ซึ่งอุดมด้วยฟอสฟอรัสและโพแทสเซียม ทำให้แป้งมีลักษณะสีขาวนวล เนียนละเอียด และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว นิยมใช้ทำอาหารและขนมหวานหลากหลายชนิด จนกลายเป็นอัตลักษณ์สำคัญของชุมชนและสร้างรายได้ให้เกษตรกรจังหวัดพิษณุโลกอย่างต่อเนื่อง
ผู้ที่สนใจสามารถติดต่อ ลุงแวน นายชุติพงศ์ ฟักปั้น ได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 094-641-1261

