จังหวัดพิษณุโลก ตรวจปั๊มน้ำมัน พบหลายแห่งน้ำมันดีเซลหมดตั้งแต่เช้า

เมื่อเวลา 09.00 น. ของวันที่ 16 มีนาคม 69 นางสาวสรินรัตน์  เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก พร้อม นางสาวพัฒน์นรี กมลสุรเชษฐ์ พลังงานจังหวัดพิษณุโลก นายพิชัย เมืองมัจฉา พาณิชย์จังหวัดพิษณุโลก นางสาวกรุณา ศิลกุล ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานการค้าภายในจังหวัดพิษณุโลก  และเจ้าหน้าที่ กอ.รมน ลงพื้นที่ตรวจสอบ ปั๊มน้ำมัน หลายแห่งของจังหวัดพิษณุโลก ตามริมถนนหมายเลข 12 โดยเฉพาะ ปตท แยกเรือนแพ ปั้มน้ำมันเชลล์เรือนแพ ปั้มน้ำมันบางจากโคกช้าง อำเภอเมืองพิษณุโลก

โดยจากการรตรวจสอบที่ปั้ม ปตท.แยกเรือแพ ปรากฏว่า ดีเซลหมด เจ้าหน้าที่ต้องคอยบอกประชาชนที่ขับรถมาเติมน้ำมัน ถึงแม้ว่ามีป้ายบอกแล้วก็ตาม เพราะบางคนขับรถไปเติมน้ำมันปั้มอื่นได้เพียง 300 – 500  บาทต่อคัน แต่ก็ไม่เพียงพอต้องตระเวนเติมตามปั้มให้เติมหรือเพียงพอต่อการเดินทาง โดยปั้ม ปตท.แห่งนี้วันหนึ่งมีรถน้ำมันมาเติมรอบละ 6,000 ลิตร เติม 2 ชั่วโมงก็หมดรถน้ำมันจะมาเติมให้อีกรอบบ่าย

ส่วนปั้มน้ำมันเชลล์แยกเรือนแพ เช้าวันนี้ น้ำมันดีเซล ทั้งธรรมดา และ วีเพาเวอร์ หมด นอกจากนี้แก๊สโซฮอล 91/95 หมด เหลือเพียงวีพาวเวอร์ 95 เท่านั้น ซึ่งให้บริการเพียงประชาชนขับขี่รถจักรยานหรือ รถที่ใช้น้ำมันวีพาวเวอร์ 65 จึ โดยเมื่อวานนี้รถน้ำมันมาเติมน้ำมันดีเซลให้ 8,000 ลิตรปรากฏว่าใช้เวลาไม่นานน้ำมันก็หมดเช่นกัน

ขณะนี้ปั้มน้ำมันบางจากโคกช้าง ซึ่งพบว่าปั้มนี้ยังมีน้ำดีเซล เหลือให้บริการประชาชน เนื่องจากว่ารถขนส่งน้ำมันเพิ่งเข้ามาถึง โดยบรรทุกน้ำมันดีเซล 31,000 ลิตร น้ำมัน 91และ 95 อย่างละ 3,000 ลิตร ทำให้ทางปั้มสามารถบริการประชาชนเช้านี้ได้ โดยให้บริการรถยนต์คัน 500 บาท โดยผู้จัดการร้าน บอกว่า เมื่อวานมีรถน้ำมันมาเติมให้ 25,000 ลิตร ใช้เวลา 12 ชม.ก็หมด มาเติมอีก 31,000 ลิตร คาดว่าใช้เวลาไม่ถึงวันก็จะหมดเช่นกัน

นางสาวสรินรัตน์  เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่าวันนี้มาตรวจติดตามสถานการณ์น้ำมันในจังหวัดพิษณุโลก โดยเฉพาะปั๊มน้ำมันต่างๆในพื้นที่ของจังหวัด เพราะต่างจังหวัด ได้ทราบข่าวจากเพจต่างๆว่า พิษณุโลกน้ำมันขาด เราก็เลยลงมาดูว่าน้ำมันขาดขนาดไหน ประชาชนเดือดร้อนแค่ไหน มีการกักตุนของปั๊มน้ำมันหรือไม่ ซึ่งจากการตรวจสอบ ปั๊มน้ำมันก็ทราบว่าน้ำมันนั้นหมดจริง ก็เลยให้คำแนะนำไปว่า เมื่อติดป้ายหมดแล้ว ก็ควรจะบอกประชาชนด้วยว่าน้ำมันใหม่จะลงเมื่อไหร่ กี่โมง เพื่อให้ ผู้มาใช้บริการได้สะดวก ในการ มารับบริการ โดย ประชาชนจะได้ ไม่ต้องไปเวียนหาที่เติมหลายแห่ง เป็นการประหยัดพลังงานส่วนหนึ่งด้วยเมื่อกี้เขาปริ้นมาให้ดูแล้วเครื่องวัด

เราก็กังวลว่า ประชาชนจะแตกตื่น จะทำเหมือนแต่ก่อนไม่ได้ น้ำมันพร่องไปเท่าไหร่ ก็ต้องรีบเติม เพราะต้องเติมในราคา 500 บาท เพื่อความปลอดภัย เพื่อไปปั้มหน้าไม่มี ทำให้สถานการณ์การใช้น้ำมัน มันไม่เยอะขึ้น กว่าปกติ ซึ่งจริงๆแล้ว ที่มันขาด เพราะปัญหาการขนส่งด้วย

สำหรับปัญหาการจำกัดน้ำมันในการเติม เรายังเห็นว่าปั๊มที่เรามาแห่งนี้ ก็ยังให้เติมปกติอยู่  ส่วนปั๊มที่มีข้อจำกัดการเติมหรือน้ำมันหมดก็ให้ แก้ปัญหาด้วยการสื่อสารติดป้ายให้ชัดเจน ว่าน้ำมันจะมาเมื่อไหร่ กี่โมง หรืออยู่ระหว่างการขนส่ง เช่นวันที่ 16 เวลาประมาณ 13:00 น เป็นต้น ในส่วนการจำกัดการเติมของรถขนาดใหญ่ ก็อยากขอความร่วมมือให้พนักงานปั๊ม ดูความเป็นจริง เพราะรัฐบาลก็ไม่ได้บอกว่า ต้องเท่านั้นเท่านี้ เพียงแต่สื่อสารสั้นๆ ประเด็นคือกังวลเรื่องการกักตุน แต่ที่นี้ ถ้าดูจากรถใหญ่ถ้าเขาใช้เยอะ ต้องมาเติมหลายเที่ยว มันก็เป็นการสิ้นเปลือง กลายเป็นต้องใช้น้ำมันมากขึ้น แทนที่จะเติมครั้งเดียว แล้วไปทำงานได้ต้องมาเสียเวลาเสียเงิน เติมน้ำมันทีละพัน ถือเป็นค่าเสียโอกาส ในการประกอบอาชีพ

กรณีมีรถบรรทุกจำนวนมาก จากต่างจังหวัดเข้ามาเติมน้ำมันในจังหวัดพิษณุโลก ตนเองมองว่า พวกเขาเป็นผู้บริโภคเหมือนกันหมด รัฐมีหน้าที่ต้องคุ้มครองผู้บริโภคเหมือนกัน อย่างไรก็ตามขอให้ประชาชนติดตามสถานการณ์น้ำมันว่าปั้มไหนยังมีการบริการน้ำมันแต่ละชนิด ผ่านเพจประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลกอีกครั้ง

///////////

 

แสดงความคิดเห็น