สะเทือนใจสายบุญ คนร้ายย่องเงียบยามวิกาล บุกงัดระฆังทองเหลืองรอบเจดีย์วัดคลองเรือ จ.พิษณุโลก หายไป 7 ใบ มูลค่าหลายหมื่นบาท แถมมีร่องรอยพยายามงัดเพิ่ม เผยเป็นของศรัทธาที่มีชื่อเจ้าภาพทุกใบ ด้านพระลูกวัดวอนสำนึกนำมาคืน พร้อมขอความร่วมมือร้านรับซื้อของเก่าช่วยสกัด
เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 17 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พระจากวัดคลองเรือ ได้ส่งข้อมูลแจ้งเหตุคนร้ายอาศัยช่วงเวลายามวิกาล ลักลอบเข้ามาก่อเหตุขโมยระฆังเนื้อทองเหลืองที่ติดตั้งอยู่โดยรอบเจดีย์ภายในวัดคลองเรือ ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง จังหวัดพิษณุโลก โดยคนร้ายสามารถขโมยไปได้ทั้งหมด 7 ใบ ซึ่งถือเป็นทรัพย์สินที่มีคุณค่าทั้งทางวัตถุและจิตใจ เนื่องจากทุกใบมีการสลักชื่อเจ้าภาพผู้ร่วมทำบุญเอาไว้
ผู้สื่อข่าวจึงลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริงที่วัดคลองเรือ ต.วังทอง อ.วังทอง จ.พิษณุโลก พบพระครูปลัดวชิรวิทย์ อาทิจฺโจ เลขานุการวัดคลองเรือ ได้นำตรวจสอบบริเวณโดยรอบเจดีย์ ซึ่งเดิมมีการแขวนระฆังทองเหลืองที่ญาติโยมร่วมเป็นเจ้าภาพจำนวนกว่า 50 ใบ ติดตั้งเรียงรายโดยรอบอย่างเป็นระเบียบ แต่พบว่าปัจจุบันมีบางจุดว่างเปล่า เหลือเพียงตะขอเหล็กที่ถูกงัดออก
พระครูปลัดวชิรวิทย์ เปิดเผยว่า ในช่วงเช้าของวันเดียวกัน ทางวัดได้เตรียมนำระฆังทองเหลืองชุดใหม่มาติดตั้งเพิ่มเติมให้กับญาติโยมที่ร่วมทำบุญ แต่เมื่อเดินสำรวจพื้นที่กลับพบความผิดปกติ ระฆังหายไปจำนวน 7 ใบ และยังพบอีก 1 ใบที่มีร่องรอยถูกงัด แต่คนร้ายไม่สามารถนำออกไปได้ คาดว่าอาจเกิดจากน้ำหนักมากหรือมีคนผ่านมาเห็นจึงรีบหลบหนี
จากการตรวจสอบพบว่า ระฆังที่ถูกขโมยไปนั้นมีทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ โดยบางใบเป็นทองเหลืองหนา น้ำหนักเกือบ 10 กิโลกรัมต่อใบ ต้องใช้แรงคนหลายคนช่วยกันยกออก อีกทั้งยังต้องใช้อุปกรณ์งัดตะขอเหล็กที่เชื่อมติดไว้อย่างแน่นหนา จึงเชื่อว่าคนร้ายน่าจะลงมือเป็นกลุ่ม ไม่ใช่เพียงคนเดียว
สำหรับระฆังแต่ละใบ มีราคาต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 3,000-5,000 บาท แต่คุณค่าที่แท้จริงอยู่ที่ความศรัทธาของญาติโยม เนื่องจากทุกใบมีการแกะสลักชื่อเจ้าภาพผู้ถวาย เมื่อมีผู้มาทำบุญก็มักจะเดินเคาะระฆังให้เกิดเสียงกังวาน ถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและความรุ่งเรืองในชีวิต
ภายหลังเกิดเหตุ มีญาติโยมจำนวนมากโทรศัพท์เข้ามาสอบถามทางวัดด้วยความเป็นห่วงว่า ระฆังที่ตนเองเป็นเจ้าภาพยังอยู่หรือไม่ สร้างความสะเทือนใจให้กับทางวัดเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่เพียงแต่เป็นการสูญเสียทรัพย์สิน แต่ยังเป็นการกระทบต่อความรู้สึกของผู้มีจิตศรัทธา
พระครูปลัดวชิรวิทย์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ทางวัดอยากวิงวอนให้ผู้ก่อเหตุ หากยังมีจิตสำนึก ขอให้นำระฆังมาคืน โดยไม่จำเป็นต้องนำเข้ามาภายในวัด สามารถนำมาวางไว้บริเวณโดยรอบ ทางวัดยืนยันว่าจะไม่ดำเนินคดีใดๆ เนื่องจากเห็นแก่ความเดือดร้อนของญาติโยมเจ้าของระฆัง
นอกจากนี้ ยังฝากถึงร้านรับซื้อของเก่าในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก หากพบมีผู้นำระฆังทองเหลืองที่มีการสลักชื่อมาขาย ขอให้ช่วยกักเก็บไว้และแจ้งมายังทางวัดหรือเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที เพื่อเป็นการช่วยกันป้องกันไม่ให้ทรัพย์สินของวัดถูกนำไปจำหน่าย
อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันวัดคลองเรือยังขาดแคลนงบประมาณในการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อป้องกันเหตุซ้ำ เนื่องจากก่อนหน้านี้ทางวัดเพิ่งประสบเหตุเพลิงไหม้ ทำให้ต้องนำงบประมาณไปใช้ในการบูรณะซ่อมแซมสิ่งปลูกสร้างภายในวัด ส่งผลให้ระบบรักษาความปลอดภัยยังไม่ครอบคลุม
ทางวัดจึงเปิดรับผู้มีจิตศรัทธาที่ต้องการร่วมสมทบทุนในการติดตั้งกล้องวงจรปิดและดูแลทรัพย์สินของวัดในอนาคต โดยสามารถติดต่อได้ที่ พระครูปลัดวชิรวิทย์ อาทิจฺโจ โทรศัพท์ 082-193-1956
///////////////////
