สองครูวัยเกษียณใช้ชีวิตหลังราชการอย่างเรียบง่าย แต่ไม่ธรรมดา ด้วยการสร้างสวนมะยงชิดอินทรีย์กว่า 1,000 ต้น บนพื้นที่ 30 ไร่ เปิดให้นักท่องเที่ยวสอยผลสดจากต้นในราคาย่อมเยา แม้ปีนี้เผชิญวิกฤตน้ำท่วมทำผลผลิตลดฮวบ แต่ยังคงยึดแนวคิด “ขายถูก เพื่อแบ่งปันของดี” สร้างรายได้หลักแสนต่อฤดูกาล
เมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ “สวนพันธุ์ทิพย์” หมู่ 3 ตำบลไผ่ขอดอน อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก แหล่งท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่กำลังได้รับความสนใจจากประชาชนและนักท่องเที่ยวในช่วงฤดูมะยงชิดออกผล
สวนแห่งนี้เป็นสวนเกษตรอินทรีย์เต็มรูปแบบ บนพื้นที่กว่า 30 ไร่ ปลูกมะยงชิดและมะปรางหวานหลากหลายสายพันธุ์รวมกว่า 1,000 ต้น โดยเจ้าของสวนคือ “ครูติ๋ม” นางกฤษณา ลำโนรี อายุ 73 ปี และ “ครูน้อย” นายอดิสร ลำโนรี อายุ 77 ปี อดีตข้าราชการครูที่หันมาใช้ชีวิตหลังเกษียณกับงานเกษตรอย่างจริงจัง
ครูติ๋ม เล่าว่า ความตั้งใจปลูกมะยงชิดเกิดขึ้นตั้งแต่เมื่อกว่า 30 ปีก่อน เนื่องจากเป็นคนที่ชื่นชอบรับประทานมะยงชิด จึงวางแผนชีวิตหลังเกษียณไว้ล่วงหน้า โดยเริ่มจากการเก็บออมเงิน ค่อยๆ ซื้อที่ดิน และเสาะหาพันธุ์มะยงชิดสายพันธุ์ดีจากหลายแหล่งมาปลูกสะสม ตอนแรกก็ยังไม่คิดว่าจะใหญ่ขนาดนี้ ทำไปทีละนิด เก็บเงินได้ก็ซื้อที่เพิ่ม หาพันธุ์มาปลูกเพิ่ม จนกลายเป็นสวน 30 ไร่ในวันนี้
หลังจากปลูกดูแลมาอย่างต่อเนื่องประมาณ 10 ปี ต้นมะยงชิดเริ่มให้ผลผลิตเชิงพาณิชย์ และกลายเป็นรายได้หลักของครอบครัวในช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวปีละ 2-3 เดือน จุดเด่นสำคัญของสวนพันธุ์ทิพย์ คือการทำเกษตรอินทรีย์ 100% ไม่ใช้สารเคมีทุกชนิด ส่งผลให้ผลผลิตมีรสชาติหวานกรอบอมเปรี้ยวนิดหน่อย หอม เนื้อแน่น และปลอดภัยต่อผู้บริโภค แม้ว่าผิวผลไม้อาจไม่เรียบสวยเหมือนผลไม้ทั่วไปในท้องตลาด แต่จะมีลักษณะ “กระน้ำตาล” ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของผลไม้อินทรีย์
อีกหนึ่งแนวคิดที่ทำให้สวนแห่งนี้แตกต่าง คือการตั้งราคาขายเพียงกิโลกรัมละ 50 บาทเท่านั้น แม้ในบางช่วงราคามะยงชิดในตลาดจะพุ่งสูงถึงเกือบ 200 บาทต่อกิโลกรัมก็ตาม โดยทางสวนเปิดให้ลูกค้าและนักท่องเที่ยว “ลงมือสอยเองจากต้น” เลือกผลที่ชอบได้ตามใจ หากไม่ถูกใจก็ไม่จำเป็นต้องเก็บ เมื่อเก็บเสร็จก็นำมาชั่งน้ำหนักและคิดราคาตามจริง “อยากให้ทุกคนได้กินของอร่อยในราคาที่ไม่แพง ได้มาเที่ยว มาสัมผัสธรรมชาติด้วย”
ในแต่ละปี สวนมะยงชิดพันธุ์ทิพย์สามารถสร้างรายได้เฉลี่ยประมาณ 300,000 บาทต่อฤดูกาล แต่ในปี 2569 นี้ สวนต้องเผชิญกับความท้าทายจากสภาพอากาศแปรปรวน โดยเฉพาะฝนตกหนักและน้ำท่วมขังในพื้นที่ ทำให้ต้นมะยงชิดเสียหายไปกว่า 100 ต้น
นอกจากนี้ปีนี้ผลผลิตโดยรวมยังลดลงมาก เหลือไม่ถึง 50% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา ส่งผลต่อรายได้ของครอบครัวโดยตรง อย่างไรก็ตาม แม้ปริมาณผลผลิตจะลดลง แต่คุณภาพของผลไม้ยังคงเดิม คือมีรสชาติหวานกรอบอร่อย และยังคงมีผลผลิตเพียงพอให้ลูกค้าได้เข้ามาเลือกซื้อ
ปัจจุบันสวนพันธุ์ทิพย์ยังคงเปิดต้อนรับนักท่องเที่ยวทุกวัน โดยไม่มีค่าเข้าชม ผู้มาเยือนสามารถแวะชิมผลไม้ก่อนตัดสินใจซื้อได้ หากถูกใจจึงค่อยเก็บกลับบ้าน ภายในสวนมีมะยงชิดพันธุ์ทูลเกล้า มะปรางหวานพันธุ์สุวรรณบาตร พันธุ์บิ๊กสวีท และพันธุ์หวานลูกกลม ให้เลือกเก็บจากต้น ท่ามกลางบรรยากาศร่มรื่นของสวนผลไม้ขนาดใหญ่
สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเดินทางไปเที่ยวชม หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้โดยตรงจากทางสวนพันธุ์ทิพย์ ตั้งอยู่ ม.3 ต.ไผ่ขอดอน อ.เมือง จ.พิษณุโลก สอบถามได้ทางเบอร์ 064-0099632 (ครูติ๋ม) ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายด้านการท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่น่าสนใจของจังหวัดพิษณุโลกในช่วงฤดูมะยงชิด
//////////////

