วันนี้ ( 18 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 6 สนธิกำลังตำรวจภูธรจังหวัดพิษณุโลก และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิษณุโลก เปิดปฏิบัติการตรวจค้นบ้านพักในพื้นที่ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมืองพิษณุโลก หลังได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย พบชาวต่างชาติหลบหนีเข้าเมืองผิดกฎหมาย พร้อมจับกุมชายไทย 2 ราย ผู้ให้การช่วยเหลือและซุกซ่อนบุคคลต่างด้าว คดีภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.(ปป.), พล.ต.ท.กิติศักดิ์ ดรงควิบูลย์ ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.ณัฐวุฒิ ภาคภูมิ รอง ผบช.ภ.6, พล.ต.ต.นิคม เครือนพรัตน์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก, พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก, พ.ต.อ.ไชยวิญญ์ อินทรทรัพย์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.พิษณุโลก, พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก และตำรวจตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดพิษณุโลก
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 17 พฤษภาคม 2569 กองการต่างประเทศ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้รับการประสานจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐอินโดนีเซียประจำประเทศไทย ว่ามีบุคคลสัญชาติอินโดนีเซียถูกนำพาจากประเทศกัมพูชา เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศเมียนมา และถูกกักตัวอยู่ภายในบ้านพักแห่งหนึ่งในพื้นที่ตำบลพลายชุมพล อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ต่อมาเมื่อช่วง 03.00 น. ( 18 พ.ค.)ที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขอหมายค้นต่อศาลจังหวัดพิษณุโลก ก่อนเข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว ผลการตรวจค้นพบชาวอินโดนีเซียจำนวน 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน พร้อมชายสัญชาติจีนอีก 1 คน และชายไทย 2 คน อยู่ภายในบ้านพัก จึงได้ทำการตจับกุมตัวทั้งหมด เอาไว้ พร้อมกับหาพยานหลักฐานต่างๆ
ต่อมาวันนี้เวลา 19.00 น. ( 18 พ.ค.) พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร.(ปป.), พร้อมด้วยพล.ต.ท.อรรถสิทธิ์ สุดสงวน จเรตำรวจ ได้เดินทางจากกรุงเทพมาที่เกิดเหตุ จ.พิษณุโลก เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมช่วยผู้ช่วยทูตตำรวจอินโดนีเซีย มาติดตามการช่วยเหลือคนอินโดนีเซีย ในครั้งนี้ ซึ่งได้เดินทางไปที่บ้านที่เกิดเหตุ ในพื้นที่ ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก ซึ่งเป็นชั้นเดียว มีห้องนอน 3 ห้อง 2 ห้องน้ำ 1 ห้องโถงใหญ่ ซึ่งละห้อง มีชาวอินโดนนีเซีย 3 คน นอน 1 ห้อง ชาวจีน 1 คน นอน 1 ห้อง และมีชาวไทย จำนวน 2 คน นอนอีก 1 ห้อง โดยผู้ต้องหา เป็นคนชาวไทย ได้แอบทำการเช่าบ้านดังกล่าวมาตั้ง 1 ก.ย.2568 ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 7 เดือน โดยมีพฤติกรรมนำพาแก็งคอลเซ็นเตอร์จากกัมพูชา เพื่อไปส่งที่ทำงานที่พม่า โดยบ้านที่พิษณุโลกเป็นจุดพัก
จากการตรวจสอบพบว่า บุคคลสัญชาติอินโดนีเซียและสัญชาติจีนทั้งหมด เดินทางเข้ามาในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย โดยมีชายไทย 2 คน ทำหน้าที่ขับรถยนต์จำนวน 2 คัน ลักลอบนำพาชาวต่างชาติหลบหนีจากประเทศกัมพูชา เพื่อเดินทางต่อไปยังประเทศเมียนมา ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ตรวจพบและจับกุมได้เสียก่อน
เบื้องต้นจากการสอบสวน ชาวอินโดนีเซียทั้ง 3 ราย ให้การว่า เคยเดินทางเข้าไปทำงานเป็น “สแกรมเมอร์” ในประเทศกัมพูชามานานประมาณ 3-4 เดือน ก่อนจะเกิดปัญหาตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ทำให้กลุ่มขบวนการสแกรมเมอร์มีการย้ายฐานปฏิบัติการจากประเทศกัมพูชาไปยังประเทศเมียนมา แต่ถูกเจ้าหน้าที่จับกุมได้ก่อน
ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหาแก่ชาวอินโดนีเซียและชาวจีนในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวเดินทางเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยไม่ได้รับอนุญาต” ก่อนดำเนินการตามกฎหมาย และผลักดันกลับประเทศต้นทางต่อไป
ส่วนชายไทย 2 ราย ถูกจับกุมพร้อมรถยนต์ของกลาง 2 คัน ในข้อหา “ให้ที่พักอาศัย ซ่อนเร้น หรือช่วยเหลือคนต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองหรืออยู่ในราชอาณาจักรไทยโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รอง ผบ.ตร. ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนหลังสอบสวนข้อเท็จจริงเรื่องดังกล่าวว่า วันนี้ตนและผู้ช่วยทูตตำรวจอินโดนีเซียได้มาติดตามในเรื่องของการนำพาคนสัญชาติอินโดนีเซียเข้ามาในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลกเพื่อที่จะเดินทางไปยังจังหวัดแม่สอดและข้ามไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ทางฝั่งพม่า เบื้องต้นทางตำรวจภูธรภาค 6 ได้ร่วมกับตำรวจตรวจคนเข้าเมือง 5 ได้ทำการจับกุมคนไทย 2 คนที่เป็นคนนำพาพร้อมทั้งคนจีน 1 คนที่มาด้วยกันส่วนชาวอินโดนีเซีย 3 คนเป็นผู้ชาย 2 และผู้หญิง 1 ตอนนี้ทั้ง 3 คนได้ผ่านขั้นตอนกระบวนการคัดแยกเหยื่อแล้วพบว่าไม่ได้เป็นเหยื่อของการค้ามนุษย์น่าเชื่อว่าจากการให้การเนี้ยเขาบอกว่าเขาทำงานอยู่ที่ทางกัมพูชาอยู่ประมาณ 7 เดือน หลังจากนั้นแล้วได้มีคนพาเขาข้ามทางช่องทางธรรมชาติมายังประเทศไทยเพื่อที่จะเดินทางไปยังจังหวัดพิษณุโลกและพักรอเพื่อที่จะเดินทางต่อไปยังอำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อที่จะข้ามไปยังประเทศพม่า ตอนนี้กระบวนการนำพาคนต่างชาติเข้ามาในประเทศไทยแล้วเดินทางข้ามไปยังประเทศกัมพูชาและพม่านี้ยังเป็นประเด็นที่ทางแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ค้ามนุษย์หรือพวกค้ามนุษย์ ยังทำอยู่ โชคดีที่ 3 คนนี้ยังไม่ได้เข้าข่ายปัญญาค้ามนุษย์ แต่เขาประสงค์ที่จะกลับบ้าน จึงแจ้งไปยังสถานทูตอินโดนีเซีย ให้เข้าช่วยเหลือ
วันนี้เราได้รับหนังสืออย่างเป็นทางการ จึงได้มาติดตามผลการปฏิบัติงานจากนี้ก็จะขยายผลดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับผู้ที่นำพาทั้งหมดอยู่ระหว่างการสืบสวนเพิ่มเติม ในส่วนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเองตอนนี้กำลังพิจารณาเรื่องการนำเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในการทำงานอย่างเช่น AI มาใช้ในการติดตามรถและคนที่เดินทางเข้ามาผ่านกัมพูชาไปที่ทางฝั่งพม่า อันนี้เราก็จะมีวิธีการที่จะใช้เครื่องมือเทคโนโลยีต่างๆนำมาช่วยในการติดตามรวมถึงการเดินทางจากทางสนามบินแล้วแนวพื้นที่ชายแดนด้วยอีกส่วนหนึ่งคือคิดว่าเรื่องที่สำคัญที่เราต้องทำก็คือการกวาดล้างกลุ่มขบวนการที่นำพาพวกนี้ถ้าเกิดไม่มีกลุ่มขบวนการนำพาแล้วเนี่ยเขาก็ไม่สามารถที่จะเดินทางเข้ามาได้ทางช่องทางธรรมชาติต้องอาศัย connection และความสัมพันธ์ของคนในพื้นที่นำพาข้ามพื้นที่ช่องทางธรรมชาติ การค้นหารถหรือการสรรหารถในการนำพารวมถึงการข้ามชายแดนไปยังช่องทางฝั่งพม่าก็ต้องใช้ความสัมพันธ์แล้วก็ความชำนาญของคนในพื้นที่ ตรงนี้เป็นเรื่องสำคัญซึ่งส่วนใหญ่คนเหล่านี้ก็จะเป็นคนไทย ตนเองก็ได้สั่งการให้ทางภาค 6 และทาง ตม.ได้ขยายผลและเราต้องกวาดล้างกลุ่มขบวนการตั้งแต่ต้นทางมาถึงปลายทางจากนี้ก็จะมีการดำเนินการอย่างเข้มงวดขึ้น
/////
ธเนส อนุดิษฐ/พิษณุโลก
0966652236















