“ชุมชนวัดจันทร์”  รวมใจฟื้นตำนานข้าวทิพย์ ยกระดับวัฒนธรรมท้องถิ่น

วันที่ 19 พ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดราชมณฑป หรือ วัดหลวงพ่อโต  ต.วัดจันทร์ อ.เมือง จังหวัดพิษณุโลก สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม ร่วมกับชุมชน องค์การบริหารส่วนตำบลวัดจันทร์  และชุมชนวัดแสงดาว ร่วมกันจัดกิจกรรมประเพณีกวนข้าวทิพย์ ภายใต้แนวคิด “การถ่ายทอดและพัฒนา Soft Power เชิงวัฒนธรรม”

ภายในงานเต็มไปด้วยบรรยากาศแห่งความคึกคัก สนุกสนาน และอบอุ่นจากการมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นที่ทั้งเด็ก วัยรุ่น ผู้ใหญ่ และผู้สูงอายุ ทุกคนต่างรวมพลังกันคนละไม้คนละมือ ด้วยแรงกาย แรงใจ และแรงศรัทธา เพื่อร่วมกันฟื้นฟูประเพณีอันทรงคุณค่านี้ให้กลับมาอีกครั้ง

รองศาสตราจารย์ ดร.ขวัญชนก นัยจรัญ ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม    กล่าวว่า สำหรับงานกวนข้าวทิพย์ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2  ทางมหาวิทยาลัยได้เห็นต้นแบบจากจังหวัดสระบุรีที่มีการกวนข้าวทิพย์ทุกปีในวันวิสาขบูชา จึงมองว่าข้าวทิพย์ไม่ใช่แค่อาหารที่อิ่มท้อง แต่เป็นสิ่งที่มงคลแก่ตนเองและสามารถเชื่อมโยงกับพลังศรัทธาในชุมชนได้ ดังนั้น สำนักศิลปะและวัฒนธรรมจึงได้ศึกษากระบวนการกวนข้าวทิพย์อย่างละเอียด ตั้งแต่ความเป็นมา วิธีการเตรียมส่วนผสม ไปจนถึงขั้นตอนพิธีกรรม เพื่อให้การกวนข้าวทิพย์ในครั้งนี้สอดคล้องกับหลักประเพณีดั้งเดิม โดยเริ่มต้นถ่ายทอดลงสู่พื้นที่จริงผ่าน “ชุมชนแสงดาว” ซึ่งถือเป็นชุมชนต้นแบบแห่งแรก และครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 คือ ชุมชนวัดจันทร์ เพื่อให้เป็นต้นแบบให้กับชุมชนอื่นๆ ในปีถัดไป

โดยชุมชนวัดจันทร์ ถือว่าเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง มีประวัติความเป็นมาน่าสนใจ และมีศักยภาพทางการท่องเที่ยว ซึ่งประเพณีกวนข้าวทิพย์จะช่วยดึงดูดคนภายนอกให้เข้ามาเยือน เกิดการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของชุมชน และทำให้คนในพื้นที่รู้สึกภาคภูมิใจในรากเหง้าทางวัฒนธรรมของตนเอง จึงได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็น อบต.วัดจันทร์  ผู้นำท้องถิ่น โรงเรียน วัด และชาวบ้าน ร่วมจัดกิจกรรม “กวนข้าวทิพย์ เทศกาลศรัทธาสืบสานและสร้างสรรค์” เพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมไทยและสร้างเทศกาลทางศาสนาให้กลายเป็นอีกหนึ่งกลไกในการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงศรัทธา และการพัฒนาเศรษฐกิจฐานวัฒนธรรม

ผู้อำนวยการสำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม  กล่าวอีกว่า เราคาดหวังว่าจะสามารถจัดงานนี้เป็นประจำทุกปี  ในมิติของมหาวิทยาลัยฯ ตั้งเป้าหมายให้กิจกรรมนี้เกิดความยั่งยืนในระยะยาว โดยจะเริ่มจากการประคับประคองชุมชนให้สามารถจัดงานได้ด้วยตนเองในอนาคต และค่อย ๆ ถอยบทบาทออกเพื่อให้ชุมชนเป็นเจ้าภาพที่แท้จริง


/////////////////

แสดงความคิดเห็น