ชาววังทอง-สมอแข ยื่นคัดค้านโครงการทางหลวงหมายเลข 12 หวั่นกระทบเศรษฐกิจ “สี่แยกอินโดจีน” เรียกร้องทบทวนแบบก่อสร้าง
เครือข่ายผู้ประกอบการและประชาชนผู้ได้รับผลกระทบในพื้นที่ตำบลวังทอง และตำบลสมอแข จังหวัดพิษณุโลก รวมตัวยื่นหนังสือคัดค้านโครงการศึกษาและออกแบบปรับปรุงแก้ไขปัญหาจราจรบนทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง โดยระบุว่ารูปแบบก่อสร้างทางแยกต่างระดับบริเวณแยกซีพี อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ วิถีชีวิต และทิศทางการพัฒนาเมือง พร้อมตั้งข้อสังเกตกระบวนการประชาพิจารณ์ไม่โปร่งใส และเรียกร้องให้มีการทบทวนโครงการใหม่
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ที่ศูนย์ดำรงธรรม อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก
นางน้ำเงิน บุญเทียน ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการศึกษาและออกแบบปรับปรุงแก้ไขปัญหาจราจรบนทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง พร้อมเครือข่ายผู้ประกอบการและภาคประชาชนในพื้นที่ตำบลวังทอง อำเภอวังทอง และตำบลสมอแข อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึง พ.ต.รังสรรค์ รังษิรุจิ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมฯ พล. เพื่อนำเสนอต่อผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เพื่อคัดค้านและขอให้ทบทวนรูปแบบโครงการดังกล่าว
นางน้ำเงิน บุญเทียน ตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับรูปแบบการก่อสร้างทางแยกต่างระดับบริเวณแยกซีพี กม.243+055 เนื่องจากมองว่าไม่สอดคล้องกับแนวทางผังเมืองรวมและบริบทการพัฒนาเศรษฐกิจของพื้นที่ ซึ่งถูกวางให้เป็นประตูเชื่อมเศรษฐกิจตะวันออก–ตะวันตก และย่านพาณิชยกรรมสำคัญของจังหวัด
นายชรินทร์ ฉิมบุรุษ ตัวแทนผู้คัดค้านโครงการฯ กังวลว่าการก่อสร้างในลักษณะดังกล่าวจะทำให้เกิด “จุดอับทางธุรกิจ” ส่งผลกระทบต่อร้านค้า ผู้ประกอบการ รวมถึงมูลค่าอสังหาริมทรัพย์ตลอดแนวเส้นทางในพื้นที่ตำบลสมอแขและตำบลวังทอง โดยเฉพาะบริเวณ “สี่แยกอินโดจีน” ซึ่งถือเป็นจุดยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจสำคัญของจังหวัดพิษณุโลก

นอกจากนี้ เครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบยังตั้งข้อสังเกตต่อกระบวนการจัดทำประชาพิจารณ์และการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม (EIA) ว่าอาจดำเนินการไม่ครบถ้วนตามหลักการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยระบุว่าการประชุมที่ผ่านมาเป็นลักษณะเร่งรัดเพื่อให้ครบตามขั้นตอน ขาดการนำเสนอทางเลือกที่เหมาะสม และข้อมูลที่ชี้แจงต่อประชาชนยังไม่สะท้อนผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม สังคม และเศรษฐกิจอย่างรอบด้าน
ในหนังสือคัดค้านยังได้เสนอข้อเรียกร้อง 4 ประเด็นสำคัญ ได้แก่ ขอให้พิจารณาทางเลือกอื่นที่ไม่ตัดขาดการเข้าถึงของชุมชน จัดทำประชาคมใหม่โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนทั้งสองตำบลมีส่วนร่วมตั้งแต่ต้นโครงการ เน้นการพัฒนาเมืองสีเขียว (Green City) ลดผลกระทบด้านมลพิษและรักษาทัศนียภาพของเมือง รวมถึงขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องนำความคิดเห็นของผู้ได้รับผลกระทบไปปรับปรุงรูปแบบโครงการอย่างจริงจัง
ตัวแทนเครือข่ายผู้ได้รับผลกระทบยืนยันว่า ที่ผ่านมาประชาชนได้เข้าร่วมประชุมและแสดงความคิดเห็นทุกครั้ง แต่รูปแบบสะพานและจุดกลับรถยังคงเป็นแบบเดิม โดยไม่ได้มีการแก้ไขตามข้อเสนอของประชาชนในพื้นที่ จึงเรียกร้องให้ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเข้าตรวจสอบโครงการ พร้อมเปิดเวทีรับฟังความคิดเห็นอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม ก่อนดำเนินโครงการในขั้นตอนต่อไป
พ.ต.รังสรรค์ รังษิรุจิ ผอ.กลุ่มงานศูนย์ดำรงธรรมฯ พล. ได้กล่าวว่า ในวันนี้ได้รับหนังสือจากตัวแทนกลุ่มชาวบ้านผู้ได้รับผลกระทบจากโครงการศึกษาและออกแบบปรับปรุงแก้ไขปัญหาจราจรบนทางหลวงหมายเลข 12 ตอน ร้องโพธิ์–อำเภอวังทอง ถึงข้อเรียกร้องที่ทางตัวแทน ได้ยื่นหนังสือมา หลังจากนี้ทางศูนย์ดำรงธรรม เราจะพิจารณาจากเรื่องไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องว่ามีหน่วยงานใดบ้างและจากนั้นท่านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกจะได้พิจารณาลงนามถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจากนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะได้ดำเนินการตอบคำถามปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนการดำเนินการเบื้องต้นจะส่งหนังสือถึงหน่วยงานต่างๆภายใน 15 วันว่ามีเหตุผลขัดข้องกับข้ เรีจฃยกร้องของประชาชนอย่างไรบ้างระยะเวลาดำเนินการเบื้องต้นคือภายใน 15 วันส่วนในเรื่องโครงการระยะยาวอาจจะต้องใช้เวลาดำเนินการหลายขั้นตอน
///////////


