คณะกรรมการลงพื้นที่ประเมินมาตรฐานท่องเที่ยวชุมชน “บ้านวังส้มซ่า”

คณะกรรมการจากกรมการท่องเที่ยวลงพื้นที่ประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่ “บ้านวังส้มซ่า” ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมืองพิษณุโลก ชูจุดเด่นการอนุรักษ์ส้มซ่าพื้นถิ่นโบราณ การแปรรูปผลิตภัณฑ์สร้างมูลค่าเพิ่ม และเมนูอาหารชุมชนอย่าง “กะหล่ำปลีไข่ตุ๋น” สะท้อนอัตลักษณ์วิถีเกษตรและภูมิปัญญาท้องถิ่น มุ่งสู่การเป็นแหล่งท่องเที่ยวชุมชนมาตรฐานระดับประเทศ

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 18 มิถุนายน 2569 คณะทำงานตรวจประเมินเพื่อรับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2569 จากกรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ลงพื้นที่ตรวจประเมินวิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก เพื่อพิจารณารับรองมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชน (CBT) โดยมี นางเผอิญ พงษ์สีชมพู ประธานกลุ่มวิสาหกิจชุมชนบ้านวังส้มซ่า และนางสาววรัญญา หอมธูป ผู้ประสานงานชุมชนบ้านวังส้มซ่า ร่วมให้ข้อมูลและนำเสนอศักยภาพของชุมชนต่อคณะกรรมการ

คณะกรรมการตรวจประเมินประกอบด้วยผู้แทนจากหลายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว การพัฒนาชุมชน และการเกษตร โดยมีผู้อำนวยการกองพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวเป็นประธานคณะทำงาน และผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาแหล่ง
ท่องเที่ยวเป็นรองประธานคณะทำงาน พร้อมด้วยผู้แทนจากสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด สำนักงานพัฒนาชุมชนจังหวัด สำนักงานเกษตรจังหวัด สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย องค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา ธ.ก.ส. และสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

การประเมินครั้งนี้ไม่ได้พิจารณาเพียงความสวยงามของแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังครอบคลุมถึงการบริหารจัดการชุมชน การมีส่วนร่วมของคนในพื้นที่ การอนุรักษ์ทรัพยากรและวัฒนธรรมท้องถิ่น รวมถึงการสร้างรายได้ให้คนในชุมชนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งบ้านวังส้มซ่านับเป็นหนึ่งในชุมชนที่มีความโดดเด่นด้านการนำทุนทางวัฒนธรรมและภูมิปัญญาท้องถิ่นมาพัฒนาเป็นกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงสร้างสรรค์

จุดเด่นสำคัญของบ้านวังส้มซ่า คือ การอนุรักษ์และต่อยอด “ส้มซ่า” พืชพื้นถิ่นโบราณที่เคยเป็นผลไม้สำคัญของพื้นที่ริมแม่น้ำน่าน โดยชาวบ้านได้รวมกลุ่มกันฟื้นฟูการปลูกส้มซ่า พร้อมนำผลผลิตมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด สร้างมูลค่าเพิ่มจากผลไม้ท้องถิ่นที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ทั้งน้ำส้มซ่าพร้อมดื่ม ชาส้มซ่า ส้มซ่าลอยแก้ว ส้มซ่ากวน แยมส้มซ่า รวมถึงเครื่องปรุงและผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ใช้กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์ของส้มซ่าเป็นจุดขายอาทิ สบู่ส้มซ่า เจลอาบน้ำส้มซ่า
โลชั่นบำรุงผิวส้มซ่า ลิปบาล์ม / ลิปกรอสส้มซ่า ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวจากน้ำมันใบส้มซ่า ผลิตภัณฑ์สปาและดูแลสุขภาพจากสารสกัดส้มซ่า

โดยนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาเยือนยังสามารถเรียนรู้ตั้งแต่กระบวนการปลูก การดูแลรักษา การเก็บเกี่ยว ไปจนถึงการแปรรูปผลผลิตด้วยภูมิปัญญาชาวบ้าน ซึ่งถือเป็นกิจกรรมที่ได้รับความสนใจจากทั้งนักเรียน นักศึกษา และนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตชุมชนอย่างแท้จริง

นอกจากผลิตภัณฑ์จากส้มซ่าแล้ว อีกหนึ่งเสน่ห์ของบ้านวังส้มซ่าคืออาหารพื้นบ้านที่ใช้วัตถุดิบจากสวนและแปลงเกษตรของคนในชุมชน โดยเฉพาะเมนู “กะหล่ำปลีไข่ตุ๋น” อาหารพื้นถิ่นที่นำกะหล่ำปลีสดจากแปลงเกษตรของชุมชนมาผสมผสานกับไข่ตุ๋นเนื้อนุ่ม รสชาติกลมกล่อม สะท้อนวิถีการพึ่งพาตนเองด้านอาหารของคนในพื้นที่ นอกจากนี้ยังมีเมนูพื้นบ้านอื่น ๆ ที่นำผักปลอดสารและวัตถุดิบท้องถิ่นมาปรุงเป็นอาหารสำหรับต้อนรับนักท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ด้านอาหารที่แตกต่างจากการท่องเที่ยวทั่วไป อาทิเมนูข้าวห่อใบบัว ม้าฮ่อส้มซ่า เป็นการนำอาหารว่างไทยโบราณมาประยุกต์ใช้กับวัตถุดิบอัตลักษณ์ของชุมชนโดยใช้ส้มซ่าสดแทนสับปะรดหรือส้มเขียวหวานที่นิยมใช้และสูตรดั้งเดิมทำให้ได้รสชาติเปรี้ยวหอมสดชื่นและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวจนกลายเป็นเมนูต้อนรับนักท่องเที่ยวของศูนย์เรียนรู้บ้านวังส้มซ่า

ระหว่างการลงพื้นที่ คณะกรรมการได้เยี่ยมชม การจัดแสดงสินค้าชุมชน และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเกษตร ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร่วมมือของคนในชุมชนทุกช่วงวัย ตั้งแต่กลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มแม่บ้าน ไปจนถึงเยาวชนที่เข้ามามีบทบาทในการสืบสานภูมิปัญญาและต้อนรับนักท่องเที่ยว

บ้านวังส้มซ่าไม่ได้เป็นเพียงแหล่งท่องเที่ยว แต่ยังเป็นตัวอย่างของการพัฒนาเศรษฐกิจฐานรากที่ใช้ทุนทางวัฒนธรรมและทรัพยากรท้องถิ่นเป็นจุดเริ่มต้น สร้างรายได้หมุนเวียนให้กับคนในชุมชนผ่านการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร อาหารพื้นบ้าน ของที่ระลึก และกิจกรรมท่องเที่ยวเชิงเรียนรู้

นางศศิวัณย์ ศรีพรหม รองประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และประธานสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวกลุ่มจังหวัดภาคเหนือตอนล่าง 1 กล่าวว่า บ้านวังส้มซ่าเป็นอีกหนึ่งชุมชนต้นแบบด้านการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่มีความเข้มแข็ง และสามารถนำอัตลักษณ์ที่โดดเด่นของพื้นที่มาต่อยอดสร้างมูลค่าเพิ่มได้อย่างน่าสนใจ โดยเฉพาะ “ส้มซ่า” ซึ่งถือเป็นพืชพื้นถิ่นที่มีชื่อเสียงของชุมชนแห่งนี้

ชุมชนไม่ได้เพียงอนุรักษ์ต้นส้มซ่าไว้เท่านั้น แต่ยังนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์หลากหลายชนิด ทั้งผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม รวมถึงอาหารและเครื่องดื่มที่สะท้อนภูมิปัญญาท้องถิ่น ไม่ว่าจะเป็นม้าฮ่อส้มซ่า น้ำพริกส้มซ่า กาแฟส้มซ่า และเมนูสร้างสรรค์ต่าง ๆ ที่นักท่องเที่ยวสามารถเข้ามาเรียนรู้และลงมือทำได้ด้วยตนเอง

นอกจากนี้ชุมชนยังมีจุดเด่นด้านการเกษตร โดยเฉพาะกะหล่ำปลีปลอดสารพิษที่ปลูกในพื้นที่ริมแม่น้ำน่าน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมาก และถูกนำมาต่อยอดเป็นเมนูซิกเนเจอร์อย่าง “กะหล่ำปลีไข่ตุ๋นลาวา” ที่สามารถสะท้อนวิถีชีวิตและอัตลักษณ์ของคนในชุมชนได้เป็นอย่างดี

สิ่งที่น่าชื่นชมคือคนในชุมชนมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการการท่องเที่ยวร่วมกัน ทั้งการอนุรักษ์ทรัพยากร การพัฒนาผลิตภัณฑ์ การดูแลนักท่องเที่ยว และการถ่ายทอดองค์ความรู้ให้กับคนรุ่นใหม่ ถือเป็นรูปแบบการท่องเที่ยวโดยชุมชนที่สร้างรายได้ กระจายประโยชน์สู่คนในพื้นที่ และสามารถพัฒนาไปสู่การท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต ทำให้เราเห็นว่าบ้านวังส้มซ่าไม่ได้ขายเพียงแค่ผลิตภัณฑ์หรืออาหาร แต่ขายเรื่องราวของชุมชน วิถีชีวิต และอัตลักษณ์ท้องถิ่นที่หาไม่ได้จากที่อื่น ซึ่งเป็นเสน่ห์สำคัญของการท่องเที่ยวโดยชุมชนในปัจจุบัน

การเข้ารับการประเมินมาตรฐานการท่องเที่ยวโดยชุมชนในครั้งนี้ จึงนับเป็นอีกก้าวสำคัญของบ้านวังส้มซ่าในการยกระดับคุณภาพการท่องเที่ยวให้เป็นที่ยอมรับในระดับประเทศ สร้างความเชื่อมั่นแก่นักท่องเที่ยว และเป็นโอกาสในการประชาสัมพันธ์อัตลักษณ์ของชุมชนให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างมากยิ่งขึ้น อันจะนำไปสู่การสร้างรายได้อย่างยั่งยืน พร้อมรักษาวิถีชีวิตและภูมิปัญญาท้องถิ่นให้คงอยู่คู่ชุมชนต่อไปในอนาคตพาดหัวข่าว “บ้านวังส้มซ่า” เปิดเสน่ห์ชุมชนต้นแบบ คณะกรรมการลงพื้นที่ประเมินมาตรฐานท่องเที่ยว ชูส้มซ่าพื้นถิ่น-อาหารชุมชน สร้างรายได้ยั่งยืน

////////////

แสดงความคิดเห็น