พิษณุโลก ตำรวจบุกช่วย ด.ญ.วัย 14 ปี ที่ถูกอดีตพ่อเลี้ยงบังคับพาเข้าป่าไปกระทำชำเราในกระท่อมริมแก่งโตน ต.ท่าสะแก อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก เด็กหญิงอาศัยช่วงเผลอแอบส่งข้อความขอความช่วยเหลือจากพี่ชายจนเจ้าหน้าที่ตามไปถึงจุดเกิดเหตุได้ทัน แต่ผู้ก่อเหตุไหวตัววิ่งหนีเข้าป่าหายไป อยู่ระหว่างเร่งล่าตัวและเตรียมออกหมายจับ 22 มิ.ย.นี้
วันที่ 20 มิถุนายน 2569 ร.ต.อ.ปฏิพัทธ์ อินหน่อ พนักงานสอบ สภ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุเด็กหญิงถูกลักพาตัวไปกระทำชำเราที่กระท่อมในป่า บริเวณริมแก่งโตน หมู่ 3 ต.ท่าสะแก อ.ชาติตระการ ขณะนี้ยังไม่สามารถหลบหนีออกมาได้ จึงจัดกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ 1 ชุด ออกไปให้การช่วยเหลือ เมื่อรถยนต์ตำรวจไปถึงพื้นที่ดังกล่าวชายผู้ก่อเหตุชายกลับไหวตัวทันวิ่งหลบหนีเข้าป่าหายไป เด็กหญิงผู้เสียหายจึงรีบวิ่งเข้ามาหาเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วยอาการตื่นตระหนกและหวาดกลัว เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เร่งกระจายกำลังออกค้นหาผู้ก่อเหตุทั่วบริเวณเพื่อจับกุมตัวแต่ยังไม่พบ
จากการสอบสวนเบื้องต้นผู้เสียหายชื่อ ด.ญ.อ้อย (นามสมติ) อายุ 14 ปี มีภูมิลำเนาอยู่หมู่ 3 ต.ท่าสะแก อ.ชาติตระการ จ.พิษณุโลก ให้การว่า ผู้ก่อเหตุชื่อ นายส. ( นามสมมติ) อายุประมาณ 40 ปี เป็นอดีตพ่อเลี้ยงที่เลิกกับแม่ไปแล้ว ได้เข้ามาในบ้านช่วงเวลาประมาณ 8.30 น. ใช้อาวุธมีดขู่บังคับให้เดินตามออกไปในป่า พยายามจะพาตนข้ามแก่ง ลำน้ำแควน้อย ไปยังฝั่งตรงข้าม แต่น้ำไหลแรงมากไม่สามารถไปได้ จึงพาเดินไปที่กระท่อมที่อยู่ริมแก่ง ก่อนใช้กำลังบังคับข่มขืนตนจนสำเร็จความไคร่ ตนอาศัยช่วงที่ นายส.เผลอ แอบพิมพ์ข้อความในโทรศัพท์ส่งไปหาพี่ชายเพื่อขอความช่วยเหลือพร้อมกับย้ำไม่ให้ส่งข้อความตอบกลับมา เพราะจะมีเสียงแจ้งเตือนเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะรู้ตัว จนเจ้าหน้าตำรวจเข้ามาช่วยเหลือ
พ.ต.ท.มาวิน บุญมี รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.ชาติตระการ กล่าวว่า นายส. ผู้ก่อเหตุเป็นชาวอิสาน เวลามึนเมาสุราเมาแล้วชอบใช้ความรุนแรงกับภรรยาอยู่เป็นประจำ ล่าสุดได้ทะเลาะกับอดีตภรรยาเรื่องเงินที่ต้องการนำไปซื้อเหล้า แต่อดีตภรรยาบอกว่าจ่ายค่าไถนาไปหมดแล้ว นายส. โมโหตรงเข้าบีบคออดีตภรรยาจนต้องเลิกรากัน เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งติดตามตัวผู้ก่อเหตุให้ได้โดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นคดีที่ผู้เยาว์ถูกกกระทำ ซึ่งเป็นเรื่องใหญ่ที่ไม่ควรเกิดขึ้น คาดว่าผู้ก่อเหตุยังหลบซ่อนตัวอยู่ในพื้นที่ ตำรวจจะสามารถติดตามจับกุมตัวได้อย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่จะต้องสอบปากคำญาติผู้เสียหายให้ละเอียดก่อนจะนำตัว ด.ญ.อ้อย ไปเข้ากระบวนการสอบสวนรวม 4 ฝ่าย อีกครั้งเพื่อทำการออกหมายจับผู้ก่อเหตุในวันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน ที่จะถึงนี้
“ต้องขอชมว่า ด.ญ.อ้อย ผู้เสียหาย เป็นเด็กที่มีสติดีและมีความเฉลียวฉลาดที่สามารถอาศัยช่วงเวลาที่ผู้ก่อเหตุเผลอแอบพิมพ์ข้อความส่งหาพี่ชายเพื่อขอความช่วยเหลือ และยังมีความรอบคอบมากที่ไม่ให้พี่ชายตอบกลับเพราะเกรงว่าผู้ก่อเหตุจะรู้ตัว” พ.ต.ท.มาวิน กล่าว

//////////////////////////////////



