พิษณุโลก ผู้การฯ เมืองสองแควสั่งลุย!! สางคดีกลุ่มวัยรุ่นตระเวนทำร้ายประชาชนไม่เลือกหน้า
เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 24 ก.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ห้องประชุม สภ.เมืองพิษณุโลก พล.ต.ต.นิคม เครือนพรัตน์ ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก มอบหมายให้ พ.ต.อ.ภาคภูมิ ปราบศรีภูมิ รอง ผบก.ภ.จว.พิษณุโลก ในฐานะผู้รับผิดชอบดูแลติดตามคคีอาชญากรรมในพื้นที่ เข้าร่วมประชุมพร้อมด้วย พ.ต.อ.วัชรพงษ์ สิทธิรุ่งโรจน์ ผกก.สภ.เมืองพิษณุโลก และตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อติดตามความคืบหน้าในคดีมีกลุ่มวัยรุ่นร่วมกันรุมทำร้ายร่างกายประชาชนผู้บริสุทธิ์จนได้รับบาดเจ็บสาหัส บริเวณถนนเส้นพระลือ เขตเทศบาลนครพิษณุโลก เมื่อช่วงค่ำคืนวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา
ล่าสุดตำรวจชุดสืบสวนได้เชิญตัวนายแม็ค นามสมมติ อายุ 41 ปี ผู้เสียหาย มาสอบปากคำเพิ่มเติมพร้อมกับนำตัวไปชี้ยังจุดเกิดเหตุ ก่อนจะตรวจสอบกล้องวงจรปิดภายในเขตพื้นที่รับผิดชอบของเทศบาลนครพิษณุโลก จนตำรวจสามารถเก็บหลักฐานสำคัญในคดีได้อย่างครบถ้วน เพื่อใช้เป็นเบาะแสสำคัญในการติดตามตัวผู้กระทำความผิดทั้งหมด เบื้องต้นทราบตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดแล้ว เป็นกลุ่มชายวัยรุ่นไม่ใช่เยาวชนแต่อย่างใดประมาณ 6-7 ราย ซึ่งทางผู้เสียหายจดจำใบหน้าได้และสามารถยืนยันชัดเจนว่าทั้งหมดเป็นผู้ร่วมก่อเหตุในคืนดังกล่าว ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอยู่ระหว่างขออำนาจศาลเพื่อออกหมายจับ พร้อมส่งทีมตำรวจชุดสืบสวนลงพื้นที่กดดันผู้ก่อเหตุ ซึ่งคาดว่าจะได้ตัวทั้งหมดเร็วๆ นี้ ก่อนแจ้งข้อหาร่วมกันทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นอันตรายแก่ร่างกายหรือจิตใจ เพื่อจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้สืบเนื่องจากมีเหตุการณ์ ในสื่อโซเชียลมีเดียของ จ.พิษณุโลก ได้มีผู้ใช้เฟซบุ๊ก “แอบแซ่บ ภาสพล” ได้ออกมาโพสต์เตือนภัยสังคม กรณีเมื่อค่ำคืนของวันที่ 23 ก.ค. ที่ผ่านมา ตัวเองและกลุ่มเพื่อนๆ ได้ไปนั่งรับประทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง ย่านถนนพระลือ เขตเทศบาลนครพิษณุโลก ขณะที่เลิกราร้านปิดแล้วประมาณช่วงเที่ยงคืนถึงตี 1 ได้พากันแยกย้ายไปร้านสะดวกซื้อ แต่นายแม็ค นามสมมติ อายุ 41 ปี ผู้ประสบเหตุ ได้เดินเลี่ยงหลบมุมไปยืนทำธุระส่วนตัวที่ริมถนนเส้นเปลี่ยวใกล้กัน ระหว่างนั้นไม่นานก็มีกลุ่มวัยรุ่นชาย อายุประมาณ 18-19 ปี ได้ขับขี่รถจักรยานยนต์แบบแต่งซิ่งมาเป็นกลุ่ม 7-8 คน เข้ามาจอดข้างทางใกล้กัน และเดินลงจากรถมาข้างหลัง 3 คน ไม่พูดพร่ำทำเพลงบรรเลงเพลงหมัดมวยสารพัดจนอ่วมน่วมไปทั้งตัว โดยที่นายแม็คไม่ทันตั้งตัวและไม่รู้จักกลุ่มวัยรุ่นที่ก่อเหตุด้วยซ้ำ แม้จะร้องขอชีวิตแต่กลุ่มวัยรุ่นใจทมิฬก็ไม่ใยดี ประเคนหมัด เท้า ศอก ใส่ไม่ยั้ง รุมต่อย รุมทุบ ก่อนจะใช้รักแร้หนีบคอผู้เสียหายจนดิ้นไม่หลุด กดลงไปนอนกองกับพื้นแล้วลากครูดพื้นถนนอย่างป่าเถื่อน
ขณะที่นายแม็คพยายามดิ้นหลายครั้งจนหลุด แต่พอหลุดออกมาได้กลุ่มวัยรุ่นยังวิ่งตามมาทำร้ายอย่างบ้าคลั่งอีก พร้อมทั้งเอามือซุกไปที่ขอบกางเกงใต้เสื้อ เสมือนว่ากำลังล้วงเอาอาวุธปืนมาข่มขู่ พร้อมพูดท้าทายเสียงดังว่า “สักเม็ดไหม สักเม็ดไหม” นายแม็คที่ร่างกายยังบอบช้ำสะบักสะบอมได้แต่เอ่ยถามว่า “เราไม่รู้จักกันมาก่อน มาทำร้ายผมทำไม” แต่วัยรุ่นกลุ่มนี้ยังเยาะเย้ยด้วยน้ำเสียงยียวนใส่ ก่อนจะดึงเอากุญแจรถจักรยานยนต์ไปและถีบรถจนล้มคว่ำ พากันหลบหนีไปทางเส้นประตูชัย อ.เมืองพิษณุโลก หลังเกิดเหตุตนได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองพิษณุโลก โดยมีตำรวจสายตรวจเดินทางมาตรวจสอบที่เกิดเหตุเรียบร้อย จากนั้นกลุ่มเพื่อนได้พาตนไปทำแผลรักษาตัวที่โรงพยาบาล พร้อมกับนำใบรับรองแพทย์ที่เป็นหลักฐานเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ก่อนจะนำเรื่องราวที่ประสบเหตุร้ายครั้งนี้มาแจ้งเตือนภัยพี่น้องประชาชนใน จ.พิษณุโลก ให้ระมัดระวังหากผ่านหรือใช้เส้นทางดังกล่าวกลางดึก จนมีผู้เข้าไปแสดงความคิดเห็นและแชร์โพสต์ออกไปจำนวนมาก
ล่าสุดวันนี้ ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังนายแม็ค นามสมมติ อายุ 41 ปี ผู้ประสบเหตุ เล่าว่า ภายหลังเกิดเรื่องร้ายแรงขึ้นกับตนเอง ได้เข้าแจ้งความดำเนินคดีทางอาญาเอาไว้แล้วและจะขอไม่ยอมความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะพฤติกรรมของกลุ่มวัยรุ่นแก๊งนี้ป่าเถื่อนมากๆ เหมือนออกมาล่าเหยื่อทำร้ายร่างกายผู้บริสุทธิ์ยามค่ำคืน แม้จะไม่รู้จักกันหรือไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกันก็ตาม มักชอบขี่รถจักรยานยนต์แต่งซิ่งไปเป็นกลุ่มๆ ตระเวนทำร้ายผู้คนในตัวเมือง นอกจากนี้ยังพบว่าก่อนหน้าที่ตนเองจะถูกทำร้าย ก็เคยมีประชาชนหลายรายถูกกลุ่มวัยรุ่นแก๊งนี้ทำร้ายร่างกายมาแล้วถึง 5 ราย บางรายโดนหมวกกันน็อคฟาด โดนรุมทุบสลบอยู่กลางถนนก็มี
ส่วนตนเองเป็นเหยื่อรายที่ 6 อาการตอนนี้ยังไม่ดีขึ้นร่างกายยังบอบช้ำอยู่หลายแห่ง ศีรษะบวมโน แก้มบวม โดนต่อยที่ปาก ปากแตก ปวดร้าวแผ่นหลัง ซึ่งขณะนี้มีผู้บริสุทธิ์ตกเป็นเหยื่อแล้วถึง 6 ราย ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่สามารถติดตามตัวผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีตามกฎหมายได้แต่อย่างใด ทำให้ประชาชนที่ใช้ชีวิตตอนกลางคืนต้องอยู่อย่างหวาดผวาอีกด้วย จึงวขอวอนให้เจ้าหน้าที่ตำรวจเร่งติดตามจับกุมตัวผู้ก่อเหตุทั้งหมดมาลงโทษเพื่อดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนในพื้นที่ตัวเมืองพิษณุโลก
/////////////////////////



