พิษณุโลก สาวสุดช้ำเอารถเก๋งคันโปรดไปซ่อมสี กลับถูกอู่แสบแอบถอดอะไหล่หลายรายการ เข้าแจ้งความข้อหายักยอกทรัพย์แล้ว
วันที่ 2 ส.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ สภ.เมืองพิษณุโลก น.ส.ณัฏฐ์ญาภา ธนรัชต์ภัคพล หรือคุณแจน ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าแจ้งความร้องทุกข์กับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กรณีเมื่อวันที่ 14 ก.ค. ที่ผ่านมา ตนเองได้นำรถยนต์เก่งยี่ห้อโตโยต้า รุ่นยาริส สีแดง ทะเบียน กร 1899 พิษณุโลก ไปทำสีที่อู่ซ่อมรถแห่งหนึ่งแถวอินโดจีน ต.สมอแข อ.เมือง จ.พิษณุโลก และมีกำหนดรับรถวันที่ 21 ก.ค. แต่เมื่อถึงกำหนดรับรถเวลาประมาณ 16.00 น. ได้ตรวจสอบพบว่าไมล์หน้าจอแสดงผลกลับโชว์รูปเครื่องยนต์
จึงได้สอบถามนายหนู (นามสมมุติ) เจ้าของอู่ จนยอมรับว่ามีการถอดอะไหล่เครื่องยนต์ ชื่อ “แคทตาไลติกคอนเวอร์เตอร์” ซึ่งติดตั้งอยู่ภายในหรือต่อพ่วงกับตัวเสื้อเฮดเดอร์ ตนจึงได้นำรถยนต์คันดังกล่าวไปเช็คแบบละเอียดทุกขั้นตอนที่ศูนย์โตโยต้า อ.เมืองพิษณุโลก เมื่อวันที่ 24 ก.ค.
ผลปรากฏว่ามีอะไหล่หายไปจำนวนหลายรายการ คิดเป็นค่าอะไหล่ต้องเบิกใหม่ส่งมาจากประเทศญี่ปุ่น รวมเป็นเงินทั้งสิ้นจำนวน 33,274.86 บาท และทางศูนย์โตโยต้าจะได้รับอะไหล่ในวันที่ 18 ส.ค. นี้ จากนั้นตนจึงแจ้งกับนายหนู เจ้าของอู่ แต่นายหนูได้ชำระให้กับตนมาเพียงจำนวน 15,000 บาท และเหลือค้างชำระค่าเสียหายจำนวน 18,274.86 บาท จนต้องติดตามมาทวงรับเงินคืนจนครบเมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา
นอกจากนี้ตนได้เรียกค่าเสียเวลาและเสียความรู้สึกที่ถูกทางอู่แอบถอดออกอะไหล่ไปอีกประมาณ 50,000 บาท เพราะรถเก๋งคันนี้ตนทำงานซื้อมาด้วยน้ำพักน้ำแรงใช้ตั้งแต่สมัยป้ายแดง ยังไม่มีปัญหาใดๆ เกี่ยวกับเครื่องยนต์เลย ซึ่งตนได้ดูแลเอาใจใส่รถเก๋งคันนี้มาโดยตลอด จนกระทั่งได้นำรถมาซ่อมสีตัวถังทั่วๆ ไป และด้วยความไว้เนื้อเชื้อใจกลับถูกทางอู่แอบถอดอะไหล่แท้ออกไปเช่นนี้ จนระบบเครื่องยนต์ฟ้องโชว์ว่าพบปัญหาเกิดขึ้น และหนำซ้ำตอนนี้รถเก๋งคันดังกล่าวยังขับกินน้ำมันมากกว่าเก่า ซึ่งตนพยายามเจรจาเพื่อพูดคุยหาทางออกกับนายหนู เจ้าของอู่ เรื่องการเยียวยาชดใช้ค่าเสียหายและเรื่องค่าเสียเวลาที่เกิดขึ้น จำนวน 50,000 บาท แต่ทางเจ้าของอู่กลับไม่ยินยอม สุดท้ายตนจึงตัดสินใจให้จบๆ เรื่องไป โดยให้ชดใช้ค่าเสียหายเพียงแค่ 20,000 บาทเท่านั้น
ทางด้านนายหนูกลับยืนยันปฏิเสธเสียงแข็งที่จะไม่จ่ายเงินแม้แต่บาทเดียว พร้อมพูดจาท้าทายให้ตนไปแจ้งความและฟ้องศาลเรียกค่าเสียหายได้เลย วันนี้จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความดำเนินคดีให้ถึงที่สุดกับนายหนูในข้อหายักยอกทรัพย์ฯ พร้อมร้องทุกข์ขอความเป็นธรรมกับสื่อมวลชน อยากเตือนภัยเพื่อเป็นอุทาหรณ์เพราะอาจจะมีลูกค้าที่มาใช้บริการหรือประชาชนคนอื่นๆ ที่เคยตกเป็นเหยื่อของอู่ที่ไร้จรรยาบรรณเช่นนี้เหมือนกันกับตนเองอีกด้วย ถ้าหากใครที่คิดจะทำสีรถยนต์ควรเลือกอู่สีที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ รวมถึงควรตรวจเช็คระบบเครื่องยนต์ของรถตัวเองก่อนจะเข้าไปใช้บริการอู่สี ว่ามีอะไหล่หรือชิ้นส่วนเครื่องยนต์อยู่ในสภาพใดบ้างจะได้ไม่ตกเป็นเหยื่อเช่นนี้อีก

