พิษณุโลก ช่างหยัด “ประหยัด เพ็ชรไม้” ช่างภาพวัดใหญ่ในตำนาน เตรียมแขวนกล้อง ขอเกษียณอาชีพ บริการถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยวในวิหารหลวงพ่อประพุทธชินราช วัดใหญ่ จ.พิษณุโลก มานาน 45 ปี ผ่านตั้งแต่กล้องฟิล์ม กล้องดิจิตอล และยุคที่ทุกคนล้วนมีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายภาพสวยงามได้
วันที่ 13 สิงหาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณหน้าวิหารวัดใหญ่ หรือ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร จังหวัดพิษณุโลก วัดสำคัญที่ประดิษฐานองค์พระพุทธชินราช พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมือง โดยในแต่ละวันมีนักท่องเที่ยวและประชาชนเดินทางมากราบสักการะเป็นจำนวนมาก
บริเวณหน้าวิหารพระพุทธชินราช มีจุดให้บริการช่างภาพจำนวน 7 คน หนึ่งในนั้นคือ นายประหยัด เพ็ชรไม้ อายุ 75 ปี หรือ ช่างหยัด ช่างภาพรุ่นใหญ่ที่ยืนหยัดประกอบอาชีพถ่ายภาพให้บริการนักท่องเที่ยวภายในวัดใหญ่มานานกว่า 45 ปี
นายประหยัด เล่าว่า ก่อนจะมาเป็นช่างภาพอิสระ บริการถ่ายภาพนักท่องเที่ยวที่วัดใหญ่ เคยทำงานเป็นช่างในโรงงานหล่อดอกยางรถยนต์มาก่อน 17 ปี กระทั่งเห็นพี่ชายประกอบอาชีพรับจ้างถ่ายภาพ จึงเกิดความสนใจและชื่นชอบในอาชีพนี้ จึงยืมกล้องของพี่ชายมาศึกษาและทดลองถ่ายภาพลูกของตัวเอง
ในยุคนั้นการถ่ายภาพยังใช้กล้องฟิล์ม การกดชัตเตอร์แต่ละครั้งจึงต้องพิถีพิถันและรอบคอบ เพราะไม่สามารถถ่ายแล้วลบได้เหมือนกล้องดิจิทัลในปัจจุบัน และไม่ได้เห็นภาพในทันทีเหมือนกล้องดิจิตอล ทำให้ตนเองต้องฝึกความละเอียดและความรอบคอบ จนพัฒนาฝีมือและเริ่มรับงานถ่ายภาพ ทั้งงานบวช งานแต่งงาน และงานต่าง ๆ ตามที่ลูกค้าเรียกใช้บริการ ก่อนจะได้รับคำแนะนำจากพี่ชายให้มาถ่ายภาพที่วัดใหญ่ ตั้งแต่ปี 2525 และยึดอาชีพนี้มาจนถึงปัจจุบัน
สมัยใช้กล้องฟิล์ม ต้องถ่ายภาพเผื่อรายละ 2-3 ภาพ และนำไปอัดที่ร้านถ่ายรูป และส่งไปรษณีย์ให้ลูกค้าในภายหลัง ช่วงนั้นเริ่มใบละ 10 บาท และต้องถ่ายให้หมดม้วน ถ้าฟิล์มยังไม่หมดม้วน ช่วงกลางคืน ตนก็จะตระเวนไปตามร้านอาหาร ถ่ายภาพนักร้องตามร้านต่าง ๆ ในเมืองพิษณุโลก วันรุ่งขึ้นก็นำภาพไปให้นักร้อง รับค่าบริการถ่ายภาพ ทำอย่างนี้มาหลายปี จนระยะหลังถ่ายภาพเฉพาะวัดใหญ่ที่เดียว ใช้กล้องฟิล์มไปแล้วหลายตัว เฉพาะกล้องดิจิตอล ก็เปลี่ยนมาแล้ว 5 ตัว ตัวที่ใช้ล่าสุด นิคคอน z 6 ราคากล้องรวมแฟลช 100,000 ต้น ๆ ตนต้องการใช้กล้องคุณภาพดี เพื่อให้ได้ภาพที่ดี ปัจจุบัน คิดบริการถ่ายภาพและอัดให้ลูกค้า ใบละ 99 บาท
ผู้สื่อข่าวถามว่า ในเมื่อยุคสมัยนี้นักท่องเที่ยวทุกคนต่างมีโทรศัพท์มือถือที่ถ่ายภาพสวย ๆ ของตัวเองได้อยู่แล้ว ทำไมยังมีผู้ใช้บริการช่างภาพอิสระที่วัดใหญ่อยู่ ช่างหยัด เปิดเผยว่า กล้องดิจิตอล กับกล้องจากโทรศัพท์มือถือ คุณภาพของภาพ ความคมชัดต่างกันมาก ยิ่งเมื่อนำมาอัดลงบนกระดาษอัดแล้ว จะได้ภาพที่คมชัดและสวย และเป็นความทรงจำที่สามารถเก็บไว้ได้ เพระบางครั้ง ภาพจากโทรศัพท์มือถืออาจจะหายไปได้ แต่ภาพที่ใช้บริการอถ่ายและอัดภาพไว้ จะเป็นความจำที่ยังคงทรงอยู่
นายประหยัด กล่าวว่า สิ่งสำคัญที่ยึดถือในการทำงานตลอดระยะเวลาที่อยู่ประจำจุดหน้าวิหาร คือความใจเย็นและความอดทน เพราะมองว่าตนเองเป็นผู้ให้บริการ จึงพยายามทำทุกอย่างที่สามารถช่วยเหลือวัดและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวได้ ตั้งแต่การแนะนำจุดวางรองเท้า แนะนำจุดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เหมาะสมกับการเข้าชมวัด ตลอดจนแนะนำสถานที่สำคัญและมุมถ่ายภาพภายในวัด รวมถึงช่วยถ่ายภาพให้นักท่องเที่ยว แม้บางคนจะไม่ได้ว่าจ้างให้ถ่ายภาพก็ตาม
นายประหยัด บอกว่า นักท่องเที่ยวบางคนอาจไม่สะดวกถ่ายภาพให้ตัวเอง จึงยินดีช่วยถ่ายให้ โดยบางรายต้องการเพียงไฟล์ภาพ ขณะที่บางรายต้องการอัดภาพและให้จัดส่งไปให้ ซึ่งตนเองมีเครื่องปริ้นท์ภาพไว้ให้บริการภายในวัด นักท่องเที่ยวที่ต้องการสามารถรอรับภาพได้
แม้ปัจจุบันจะมีอายุ 75 ปีแล้ว แต่นายประหยัดยังคงมีความสุขกับการถ่ายภาพและให้บริการนักท่องเที่ยว โดยปีหน้าตั้งใจว่าจะเกษียณจากอาชีพนี้ หรือจะแขวนกล้องแล้ว พร้อมทั้งหวังว่าในอนาคต ลูกชายซึ่งประกอบอาชีพช่างภาพเช่นเดียวกัน ที่กรุงเทพฯ จะเข้ามาสืบสานงานบริการถ่ายภาพบริเวณหน้าวิหารหลวงพ่อพระพุทธชินราชต่อจากตนต่อไป
ตลอดระยะเวลากว่า 45 ปี นายประหยัดอาจไม่ได้เป็นเพียงช่างภาพที่คอยบันทึกความทรงจำให้กับผู้มาเยือนวัดใหญ่เท่านั้น แต่ยังทำหน้าที่เสมือนผู้ช่วยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมากราบสักการะองค์หลวงพ่อพระพุทธชินราช จากช่างภาพรุ่นใหญ่ที่ยืนหยัดอยู่หน้าวิหารหลวงพ่อ มานานหลายทศวรรษ วันนี้ “ลุงประหยัด เพ็ชรไม้” จึงกลายเป็นอีกหนึ่งภาพจำของวัดใหญ่ ผู้ที่ได้ทั้งบันทึกภาพความทรงจำและมอบน้ำใจให้กับผู้มาเยือน
……………
