แม่น้ำน่านแดงขุ่นและนิ่ง กระทบปลากระชังน็อกน้ำตายที่ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม

พิษณุโลก – เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชังริมแม่น้ำน่าน พื้นที่บ้านวงฆ้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่ขึ้นลงบ่อยครั้ง หลังมีการปรับเพิ่ม-ลดการระบายน้ำเพื่อบริหารจัดการน้ำ ประกอบกับช่วงนี้เกิดภาวะ “น้ำนิ่ง-น้ำแดง” ส่งผลให้ออกซิเจนในน้ำลดลง ปลาเกิดอาการน็อกน้ำและทยอยตายมากกว่าปกติ ขณะที่เกษตรกรต้องคอยขยับแพและกระชังให้เหมาะสมกับสภาพน้ำ พร้อมเร่งจับปลาที่ได้ขนาดส่งขายเพื่อบรรเทาความเสียหาย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 27 สิงหาคม 2569 บริเวณแม่น้ำน่านตรงข้ามวัดย่านยาว ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก ซึ่งมีเกษตรกรจำนวนมากประกอบอาชีพเลี้ยงปลาในกระชังริมแม่น้ำน่าน พื้นที่ดังกล่าวอยู่บริเวณท้ายเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ และด้านหน้าเขื่อนนเรศวร อ.พรหมพิราม

สภาพแม่น้ำน่านในช่วงนี้พบว่าน้ำมีลักษณะนิ่งและขุ่นแดง ขณะที่ระดับน้ำมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นลงตามการบริหารจัดการน้ำของเขื่อน ส่งผลโดยตรงต่อการเลี้ยงปลาในกระชัง โดยเฉพาะช่วงที่กระแสน้ำไหลช้าหรือนิ่ง ทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำลดลง ปลาเกิดความเครียด กินอาหารลดลง และมีอาการน็อกน้ำตาย

สำหรับเขื่อนสิริกิติ์ วันที่ 27 สิงหาคม 2569 มีแผนระบายน้ำประมาณ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน ขณะที่มีปริมาณน้ำในเขื่อนประมาณ 6,826 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็น 72 เปอร์เซ็นต์ ส่งผลให้กระแสน้ำที่ไหลลงมายังพื้นที่ท้ายเขื่อนมีลักษณะขุ่นและแดง ซึ่งเกษตรกรผู้เลี้ยงปลาต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

นายบำรุง อ่อนคำพา เกษตรกรผู้เลี้ยงปลาในกระชัง หมู่ 11 บ้านวงฆ้อง ต.วงฆ้อง อ.พรหมพิราม กล่าวว่า ช่วงนี้เกษตรกรที่เลี้ยงปลาในกระชังริมแม่น้ำน่านได้รับผลกระทบจากระดับน้ำที่ขึ้นลงบ่อยครั้ง รวมทั้งภาวะน้ำนิ่งและน้ำแดง ทำให้ออกซิเจนในน้ำลดลง ส่งผลให้ปลาที่เลี้ยงไว้เกิดอาการน็อกน้ำและตายมากกว่าปกติ

อย่างไรก็ตาม ยังถือว่าโชคดีที่ช่วงนี้ปลาบางส่วนโตได้ขนาดพอดี จึงเร่งจับและนำส่งบริษัทรับซื้อ ทำให้ยังพอมีรายได้และช่วยลดความเสียหายได้บ้าง แม้จะมีปลาตายเพิ่มขึ้นก็ตาม แต่หากไม่มีปลาตายเลยก็จะดีกว่า เพราะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น

นายบำรุง กล่าวต่อว่า ขณะนี้เริ่มทยอยปล่อยลูกปลาลงกระชังรุ่นใหม่ จึงต้องเพิ่มความระมัดระวังและดูแลอย่างใกล้ชิด เพราะปลาช่วงนี้ไม่ค่อยกินอาหาร เกษตรกรต้องหมั่นทำความสะอาดกระชังและเก็บอาหารปลาเก่าที่เหลือออก เพื่อไม่ให้เกิดการหมักหมมและส่งผลกระทบต่อคุณภาพน้ำ

“ช่วงที่น้ำในแม่น้ำน่านนิ่งและมีสีแดง ปลาได้รับผลกระทบโดยตรง ต้องคอยสังเกตอาการและปรับการเลี้ยงให้เหมาะสม หากระดับน้ำและคุณภาพน้ำกลับเข้าสู่ภาวะปกติ ก็จะช่วยลดการสูญเสียและทำให้การเลี้ยงปลากระชังดำเนินต่อไปได้” นายบำรุงกล่าว.

แสดงความคิดเห็น