ยึดรถยนต์ชนน้องข้าวปั้นวัย16ปีตรวจสอบการชน ส่วนคนขับยังไม่เข้ามอบตัว

พิษณุโลก ยึดรถยนต์ชนน้องข้าวปั้นวัย16ปีมาตรวจสอบ ส่วนคนขับยังไม่เข้ามอบตัว
ครอบครัว “น้องข้าวปั้น” วัย 16 ปี เหยื่อรถชนแล้วหนี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวน สภ.เมืองพิษณุโลก ให้ปากคำเพิ่มเติม ขณะที่ตำรวจยึดรถฟอร์จูนเนอร์ต้องสงสัยได้แล้ว แต่สารวัตร อ. คู่กรณียังไม่มามอบตัว ด้านน้าสาวเผยหลังเห็นภาพวงจรปิดสุดเจ็บปวด คนชนไม่ลงมาดูแลน้อง ก่อนหลบหนีจนกระทั่งครอบครัวเผาศพและนำอัฐิไปลอยอังคาร ยืนยันอยากให้ผู้ก่อเหตุออกมารับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 กันยายน 2569 ผู้สื่อข่าวจังหวัดพิษณุโลกลงพื้นที่สถานีตำรวจภูธรเมืองพิษณุโลก ติดตามความคืบหน้าคดีของ นายพลกฤณ์ เสือคล้าย และนางสาวศิริพร เสือคล้าย อายุ 37 ปี อยู่บ้านเลขที่ 59/3 หมู่ 3 ตำบลบ้านคลอง อำเภอเมือง จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นพ่อเลี้ยงและแม่เลี้ยงของ นายพีรณัฐ ระทวย หรือ “น้องข้าวปั้น” อายุ 16 ปี ผู้เสียชีวิตจากเหตุขับขี่รถจักรยานยนต์ถูกรถยนต์ชน โดยคู่กรณีเป็นตำรวจยศสารวัตร
ครอบครัวเดินทางเข้าพบ พ.ต.ท.สันตสิริ เมตตาวงศ์ รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก และ ร.ต.ท.พิรุฬห์วัฒน์ ใจปินตา รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองพิษณุโลก เพื่อให้ปากคำเกี่ยวกับคดี และติดตามความคืบหน้าการดำเนินคดี
ล่าสุด พนักงานสอบสวนได้ยึดรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นฟอร์จูนเนอร์ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งพบจอดอยู่บริเวณหลังบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่อำเภอบางระกำ จังหวัดพิษณุโลก เพื่อนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบ โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจกลุ่มงานตรวจสถานที่เกิดเหตุ พิสูจน์หลักฐาน 6 จะเข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อใช้ประกอบการดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ล่าสุดตำรวจยศสารวัตร ชื่อตัวย่อ “อ.” ซึ่งเป็นคู่กรณีในคดีดังกล่าว ยังไม่มามอบตัวต่อพนักงานสอบสวนแต่อย่างใด
ขณะเดียวกัน หลังจากนั้นครอบครัวได้นำอัฐิของ น้องข้าวปั้น มาทำพิธีบริเวณหน้าวิหาร วัดพระศรีรัตนมหาธาตุวรมหาวิหาร หรือวัดใหญ่ จังหวัดพิษณุโลก ก่อนนำเถ้าอังคารของน้องล่องเรือไปประกอบพิธีลอยอังคาร ท่ามกลางความโศกเศร้าของครอบครัว
ด้านคุณพ่อบุญธรรมของน้องข้าวปั้น ยังคงอยู่ในความโศกเศร้าจากการสูญเสียลูกชาย ขณะที่ น้าสาวของน้องข้าวปั้น เปิดเผยหลังเดินทางมาพบพนักงานสอบสวนในวันนี้ว่า ก่อนหน้านี้ตนเองได้เห็นภาพจากกล้องวงจรปิดในช่วงเวลาที่เกิดเหตุแล้ว และรู้สึกเสียใจอย่างมากกับสิ่งที่เกิดขึ้น
น้าสาวกล่าวว่า รู้สึกเสียใจมากที่คนชนใจร้ายกับน้องมาก เพราะหลังจากชนแล้วกลับไม่ลงมาดูแลน้องเลย แต่เลือกที่จะหลบหนี จนกระทั่งถึงวันนี้ที่ครอบครัวได้เผาร่างและนำอัฐิไปลอยอังคารแล้ว ตนเองก็ยังไม่ได้พบหน้าคนที่ชนเลย“มันเจ็บจนพูดไม่ออก ที่เราต้องสูญเสียลูกคนนึงไป” น้าสาวกล่าว
น้าสาวของน้องข้าวปั้นยังให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวอีกว่า การสูญเสียครั้งนี้ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของครอบครัว เพราะตนเองเลี้ยงหลานมาตั้งแต่ตัวน้อยๆ รักและทะนุถนอมเขามาโดยตลอด มอบสิ่งดีๆ ให้เขาเสมอมา แม้แต่การตีหลาน ตนเองยังไม่เคยตีเลย พร้อมตั้งคำถามถึงคนขับรถที่ชนว่า “แล้วคนชนเป็นใคร มาทำให้หลานตัวเองต้องเจ็บขนาดนี้”
น้าสาวยังกล่าวด้วยว่า อยากฝากไปถึงคนชนว่า “เขาใจร้ายมาก” แม้แต่ชนหมาชนแมว คนเรายังรู้สึกเสียใจ แต่นี่เป็นคนทั้งคน กลับไม่ลงมาดูดำดูดีหรือช่วยเหลือกันเลย“จิตใจคุณทำด้วยอะไร ทำไมคุณปล่อยให้เรื่องมาถึงขนาดนี้ อยากให้ออกมารับผิดชอบกรรมที่ทำไว้”
ทั้งนี้ ครอบครัวยังคงติดตามการดำเนินคดีอย่างใกล้ชิด และต้องการให้กระบวนการยุติธรรมดำเนินไปอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้การเสียชีวิตของน้องข้าวปั้นได้รับความเป็นธรรม และให้ผู้ที่เกี่ยวข้องออกมารับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น


/////////////////////

แสดงความคิดเห็น