กระบะชนกระบะ บนถนนพิษณุโลก-อุตรดิตถ์ เจ็บ 4 ราย ดับ 1 ราย

พิษณุโลก  อุบัติเหตุช่วงเช้า รถกระบะ 2 คันชนกันบนถนนทางหลวงหมายเลข 11 สายพิษณุโลก–อุตรดิตถ์ พื้นที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 4 ราย และเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยเร่งนำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาล ขณะที่ตำรวจอยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานและสอบสวนหาสาเหตุของอุบัติเหตุ

เมื่อเวลา 08.38 น. วันที่ 23 กันยายน 2569 ร.ต.อ.คณพศ อินทุภูติ รอง สว.(สอบสวน) สภ.ดงประคำ จ.พิษณุโลก รับแจ้งเหตุรถยนต์กระบะชนกัน มีผู้ได้รับบาดเจ็บหลายราย บริเวณ ถนนทางหลวงหมายเลข 11 สายพิษณุโลก–อุตรดิตถ์ หมู่ 4 ต.ดงประคำ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก จึงเดินทางไปตรวจสอบ พร้อมด้วย ร.ต.ต.เกรียงศักดิ์ อ่อนมี สายตรวจป่าแดง และเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยพิษณุโลก มูลนิธิประสาทบุญสถาน

เมื่อเจ้าหน้าที่เดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบรถยนต์กระบะ Toyota Revo สีขาว หมายเลขทะเบียน 3ฒผ 3857 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์กระบะ Toyota Vigo สีขาว หมายเลขทะเบียน กง 4271 อุตรดิตถ์ ประสบอุบัติเหตุชนกัน

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบผู้ได้รับบาดเจ็บรวม 4 ราย เจ้าหน้าที่กู้ภัยได้เร่งให้การช่วยเหลือและนำตัวส่งโรงพยาบาลเพื่อเข้ารับการรักษา ได้แก่

1. นายทรงวุฒิ ปัดถา อายุ 36 ปี อยู่บ้านเลขที่ 133 หมู่ 4 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี
2. นายศุภชัย ปั้นทอง อายุ 62 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50 หมู่ 7 ต.คอรุม อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์
3. นายลิตร ไม่ทราบนามสกุล อายุประมาณ 60 ปี ชาว ต.ทับยายเชียง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก
4. นายอัมรินทร์ น้อยไผ่ล้อม อายุ 58 ปี

ผู้บาดเจ็บถูกนำส่งเข้ารับการรักษาที่ โรงพยาบาลวัดโบสถ์ และโรงพยาบาลพรหมพิราม ตามการประเมินของเจ้าหน้าที่

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย ทราบชื่อคือ นายสนอง มณีฉาย อายุ 71 ปี อยู่บ้านเลขที่ 46 หมู่ 1 ต.ในเมือง อ.พิชัย จ.อุตรดิตถ์

เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงประสาน แพทย์เวรโรงพยาบาลพรหมพิราม เดินทางมาร่วมชันสูตรพลิกศพในที่เกิดเหตุ ก่อนดำเนินการนำร่างผู้เสียชีวิตส่งไปยังโรงพยาบาลพรหมพิราม เพื่อให้แพทย์ตรวจชันสูตรโดยละเอียดตามขั้นตอน

หลังจากดำเนินการตามขั้นตอนแล้ว เจ้าหน้าที่จะประสานญาติรับศพไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีต่อไป

เบื้องต้น พนักงานสอบสวนได้บันทึกตรวจสถานที่เกิดเหตุ พร้อมถ่ายภาพและรวบรวมพยานหลักฐานที่เกี่ยวข้องไว้แล้ว โดยจะดำเนินการ สอบปากคำผู้ได้รับบาดเจ็บ พยาน และผู้เกี่ยวข้อง รวมถึงตรวจสอบสภาพรถและหลักฐานจากจุดเกิดเหตุ เพื่อหาสาเหตุและลำดับเหตุการณ์ของการชนอย่างละเอียด

ทั้งนี้ สาเหตุที่แน่ชัดของอุบัติเหตุยังอยู่ระหว่างการสอบสวน เจ้าหน้าที่จะรวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายต่อไป

แสดงความคิดเห็น