พิษณุโลก ชาวบ้าน ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย ร่วมสืบสานประเพณีแห่ผีชูชก หนึ่งเดียวในประเทศไทย จัดขบวนแต่งกายคลุมผ้าเหลือง สวมหน้ากากผีแดงตาถลน ห้อยปลัดขิกยักษ์ เต้นรำหยอกเย้าผู้ชมริมทางอย่างสนุกสนาน ก่อนนำกองผ้าป่าและเครื่องกัณฑ์เทศน์ถวายวัด สืบทอดความเชื่อและศรัทธาทางพระพุทธศาสนาที่ยาวนานนับ 100 ปี
เมื่อวันที่ 19 ต.ค. 2569 ที่ ต.หนองกะท้าว อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ชาวบ้านพร้อมใจกันจัดงานบุญเทศน์มหาชาติ พระมหาเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ 1,000 พระคาถา เพื่อสืบสานประเพณีท้องถิ่น โดยมีการทำบุญและเทศน์มหาชาติที่วัดหนองสองเฒ่า หมู่ 3 บ้านหนองกะท้าว พร้อมรอรับขบวนแห่กองผ้าป่าและเครื่องกัณฑ์เทศน์มหาชาติ กัณฑ์ชูชก ซึ่งเคลื่อนขบวนมาจากหมู่ 27 บ้านชายทุ่ง ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร ตั้งแต่เวลาประมาณ 15.00 น.
ไฮไลต์ที่สร้างความฮือฮาให้กับผู้พบเห็น คือขบวน “ผีชูชก” หรือ “ชูชกเหลือง” จำนวน 9 ตน ซึ่งตัวแทนชาวบ้านนำผ้าสีเหลืองคล้ายจีวรพระสงฆ์มาพันคลุมร่างกาย พร้อมสวมหน้ากากผีสีแดง ตาถลน แลบลิ้นยาว และห้อยปลัดขิกขนาดใหญ่ไว้บริเวณเอว ก่อนออกเดินแห่ไปตามถนนสายหลักภายในหมู่บ้าน โดยมีจังหวะดนตรีจากรถแห่สร้างความครึกครื้น ทั้งเต้นรำและหยอกล้อกับผู้ชมสองข้างทางอย่างเป็นกันเอง สร้างเสียงหัวเราะและรอยยิ้มให้กับผู้ร่วมงานตลอดเส้นทาง
นายพจนารถ มณีณัฐกุล กำนันตำบลหนองกะท้าว เปิดเผยว่า ประเพณีแห่ผีชูชกเป็นวิถีวัฒนธรรมที่ชาวบ้านสืบทอดกันมาตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย นับเวลายาวนานกว่า 100 ปี โดยจะจัดขึ้นก่อนวันออกพรรษาประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อร่วมทำบุญและสืบสานพระพุทธศาสนา ชาวบ้านจะช่วยกันจัดขบวนแห่ แต่งกายเป็นตัวละครในพระเวสสันดรชาดก ทั้งชูชก กัณหา ชาลี และนางมัทรี โดยเฉพาะผีชูชกหรือชูชกเหลือง ซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์โดดเด่นที่พบได้ในพื้นที่แห่งนี้
สำหรับการแต่งกายเป็นผีชูชกนั้น ผู้เข้าร่วมขบวนจะต้องนำผ้าสีเหลืองมาพันคลุมร่างกายแทนเสื้อผ้าตามปกติ โดยก่อนแต่งกายจะมีพิธีบอกกล่าวปู่ย่าตายายและขอขมาพระรัตนตรัย พร้อมให้พระสงฆ์ประพรมน้ำมนต์ เพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นจึงสวมหน้ากากผีและเข้าร่วมขบวนแห่ตามความเชื่อที่ปฏิบัติสืบต่อกันมา
เมื่อขบวนแห่เดินทางถึงวัดหนองสองเฒ่า จะนำกองผ้าป่าและเครื่องกัณฑ์เทศน์ถวายวัด เพื่อร่วมทำบุญตามประเพณี โดยงานเทศน์มหาชาติที่วัดหนองสองเฒ่าจัดขึ้นในวันขึ้น 8 ค่ำ เดือน 11 ส่วนวัดหนองกะท้าวจะจัดเทศน์มหาชาติอีกครั้งในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือนเดียวกัน
กำนันตำบลหนองกะท้าวกล่าวเพิ่มเติมว่า ชาวบ้านพร้อมใจกันรักษาประเพณีนี้ไว้ เพื่อไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา และต้องการส่งต่อวัฒนธรรมท้องถิ่นให้คนรุ่นหลังได้เรียนรู้ พร้อมยืนยันว่าจะร่วมกันสืบทอดพระพุทธศาสนาและประเพณีอันดีงามให้คงอยู่คู่ชุมชนและสังคมไทยต่อไป




