กรมทางหลวงเตรียมสร้างอุโมงค์ ลอดแยกเอ็กซ์เรย์-แยกต้นหว้า

พิษณุโลก  กรมทางหลวง ฟังเสียงประชาชนรอบ 2 เสนอแนวทางพัฒนา ทล.117 ช่วง แยกเอ็กซ์เรย์ – แยกบ้านคลอง แก้ปัญหาจราจรเมืองพิษณุโลก คาดว่าทุบงบกว่า 1 พันล้านบาท สร้างเป็นอุโมงค์ทางลอดทางแยก 2 แห่ง แยกเอกซเรย์และแยกต้นรัหว้า รองรับเมืองที่ขยายเติบโตขึ้น

Oplus_16777216

เวลา 09.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ณ ห้องประชุมคริสตัล 1 โรงแรมเดอะพาร์ค อ.เมือง จ.พิษณุโลก นางสาวสรินรัตน์  เกิดสกุลรุ่งโรจน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานเปิดการประชุมสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ (สัมมนา ครั้งที่ 2) โครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบปรับปรุงและแก้ไขปัญหาการจราจรบนทางหลวงหมายเลข 117 ช่วงจุดตัดทางหลวงหมายเลข 126 (แยกเอ็กซ์เรย์) – จุดตัดทางหลวงหมายเลข 12 (แยกบ้านคลอง) เพื่อนำเสนอความก้าวหน้าผลการศึกษา และสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบทางเลือกที่เหมาะสม พร้อมรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ เพื่อนำไปพิจารณาประกอบการศึกษาโครงการให้มีความเหมาะสมต่อประชาชนให้มากที่สุด โดยมีนายสมคเน  เสมทัพพระ ผอ.แขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 1 ให้การต้อนรับ พร้อมด้วยผู้แทนจากหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น องค์กรธุรกิจเอกชน และภาคประชาชน เข้าร่วมการประชุมในครั้งนี้

ด้าน นายสมคเน  เสมทัพพระ ผอ.แขวงทางหลวงพิษณุโลกที่ 1 กล่าวว่า ในวันนี้ตัวแทนของกรมทางหลวงก็จะมาสรุปผลการศึกษาของรูปแบบทางเลือกของทางเลือกถนนหมายเลข 117 ตั้งแต่ช่วงแยกเอ็กซ์เรย์ไปจนถึงแยกบ้านคลอง ทางบริษัทที่ปรึกษากับกรมทางหลวงก็ได้รวบรวมข้อมูลทางด้านวิศวกรรม เศรษฐกิจ และสิ่งแวดล้อม จึงเป็นรูปแบบทางเลือกที่เรานำไปคำนวณและปรับปรุงจนสุดท้ายมาได้รูปแบบทางเลือกเป็นอุโมงค์ หรือที่เราเรียกกันว่าอุโมงค์แยกเอ็กซ์เรย์ต่อไปก็จะมีอุโมงค์แยกต้นหว้าซึ่งเป็นทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด ในส่วนตรงแยกวุ่นวายไปจนถึงแยกบ้านคลองก็จะปรับปรุงแค่สัญญาณไฟจราจร ปรับปรุงผิวจราจรให้สอดคล้องกับปริมาณการจราจรที่เพิ่มมากขึ้น เมื่อแบบก่อสร้างแล้วเสร็จก็จะตั้งงบประมาณเพราะยังมีโครงการอีก 2 โครงการ ที่ได้จ้างบริษัทที่ปรึกษาแต่ละโครงการก็อาจจะเกิดขึ้นไม่พร้อมกันขึ้นอยู่กับว่าทางแยกไหนที่มีความต้องการหรือมีปริมาณรถติดสะสมมากที่สุด ก็จะได้รับการอนุมัติให้ก่อสร้างก่อน ส่วนเส้นทางไหนที่ยังพอรองรับปริมาณการจราจรได้ก็จะชลอการก่อสร้างเอาไว้ก่อน ส่วนการตั้งงบประมาณการก่อสร้างที่จะเกิดขึ้นคาดว่าเร็วที่สุดน่าจะตั้งงบประมาณได้ในปี 2572 นี้ คาดว่าใช้งบประมาณดำเนินโครงการก่อสร้างประมาณ 1 พันล้านบาท ซึ่งทางทีมวิศวกรจะต้องไปรวบรวมคำนวณอย่างละเอียดอีกครั้ง แล้วเริ่มก่อสร้างในปี 2573 – 2574 ซึ่งกรมทางหลวงจะต้องเตรียมความพร้อมให้ดีที่สุด ไม่ว่าในเรื่องของแบบแปลนการก่อสร้างหรือผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ต้องมีการเตรียมการเอาไว้ เมื่อถึงวันนั้นบ้านเมืองของ จ.พิษณุโลก มีการพัฒนาไปอย่างรวดเร็วกรมทางหลวงก็พร้อมดำเนินการโครงการที่ตั้งไว้ได้ในทันที

 

โดยการประชุมในครั้งนี้มีวิทยากรมาบรรยายให้ข้อมูลเชิงลึกถึงรายละเอียดโครงการทั้งหมดประกอบด้วย ดร.กานต์ เฉลิมวงศ์พันธ์ วิศวกรขนส่งและจราจร นายมนตรี  กุลสุวรรณ์ วิศวกรโครงการ และ นางสาวอุษา สุขประเสริฐ ผู้ชำนาญการด้านสิ่งแวดล้อม ได้นำเสนอสรุปผลการคัดเลือกรูปแบบการพัฒนาโครงการ โดยมีรายละเอียดต่างๆ ดังนี้ สำหรับแนวเส้นทางโครงการตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 117 มีจุดเริ่มต้นโครงการที่ กม.123+500 โดยแนวทางหลวงโครงการตัดกับทางหลวงหมายเลข 126 ที่สามแยกเอ็กซ์เรย์ ประมาณ กม.123+742 ตัดกับทางหลวงหมายเลข 1058 ที่สามแยกต้นหว้า ประมาณ กม.124+470 ตัดที่สามแยกถนนไชยานุภาพ ประมาณ กม.128+425 และตัดกับสี่แยกถนนสีหราชเดโชชัย ซอย 14 กับถนนพระลือ 1 ประมาณ กม.128+620 แล้วไปบรรจบกับทางหลวงหมายเลข 12 ที่สี่แยกบ้านคลอง ซึ่งเป็นจุดสิ้นสุดทางหลวงโครงการ บริเวณ กม.129+643 มีระยะทางรวมประมาณ 6.143 กิโลเมตร ทั้งนี้ รูปแบบการพัฒนาโครงการ เนื่องจากเป็นช่วงทางที่พื้นที่สองข้างทางเป็นชุมชนและสถานประกอบการอยู่ในพื้นที่อำเภอเมืองพิษณุโลก จังหวัดพิษณุโลก ตลอดสองข้างทาง รูปแบบการพัฒนาโครงการ จึงแบ่งเป็นช่วงตามความกว้างเขตทางเดิมตามแนวเส้นทางของโครงการ ดังนี้

1) ทางแยกที่จุดตัด ทางหลวงหมายเลข 117 ที่ กม.123+742 ตัดกับทางหลวงหมายเลข 126 (แยกเอ็กซ์เรย์) บริเวณทางแยกของโครงการมีลักษณะเป็น 3 แยก เป็นจุดตัดทางหลวงหมายเลข 126 กับทางหลวงหมายเลข 117 (แยกเอ็กซ์เรย์) โดยมีปริมาณการจราจรค่อนข้างมาก โดยจากการพิจารณาเปรียบเทียบรูปแบบทางเลือกรูปแบบทางเลือกต่างๆ พบว่า รูปแบบทางทางเลือก แบบทางลอดลดระดับลอดทางแยกตามแนวทางหลวงหมายเลข 117 เป็นรูปแบบทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากรถสามารถแล่นผ่านทางแยกได้อย่างคล่องตัว สามารถกลับรถบริเวณทางแยกได้ รวมถึงไม่บดบังทัศนียภาพสองข้างทาง

2) ทางแยกที่จุดตัด ทางหลวงหมายเลข 117 ที่ กม.124+470 ตัดทางหลวงหมายเลข 1058 (แยกต้นหว้า) บริเวณทางแยกของโครงการมีลักษณะเป็น 3 แยก เป็นจุดตัดทางหลวงหมายเลข 117 กับ ทางหลวงหมายเลข 1058 โดยมีปริมาณการจราจรค่อนข้างหนาแน่น โดยจากการพิจารณาเปรียบเทียบรูปแบบทางเลือกรูปแบบทางเลือกต่างๆ พบว่า รูปแบบทางทางเลือก แบบทางลอดลดระดับลดระดับลอดทางแยกตามแนวทางหลวงหมายเลข 117 เป็นรูปแบบทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากรถสามารถแล่นผ่านทางแยกได้อย่างคล่องตัว สามารถกลับรถบริเวณทางแยกได้ รวมถึงไม่บดบังทัศนียภาพสองข้างทาง

3) ทางแยกที่จุดตัดทางหลวงหมายเลข 117 ที่ กม.128+425 (แยกไชยานุภาพ) และทางแยกที่ กม.128+620 (สี่แยกวุ่นวาย) มีลักษณะเป็นสามแยกสัญญาณไฟจราจร ถนน 6 ช่องจราจร และช่องจราจรสำหรับจอดรอเลี้ยวทางด้านขวา 1 ช่องจราจร ส่วนทางหลวงหมายเลข 117 กม.128+620 ตัดกับทางแยกถนนสีหราชเดโชชัย ซอย 14 กับถนนพระลือ 1 (สี่แยกวุ่นวาย) มีลักษณะเป็นสี่แยกสัญญาณไฟจราจร ถนนขนาด 6 ช่องจราจร และช่องจราจรสำหรับจอดรอเลี้ยวทางด้านขวา 1 ช่องจราจร ทางด้านซ้าย 1 ช่องจราจร เลยทางแยกไป ถนนขนาด 4 ช่องจราจร โดยจากการพิจารณาเปรียบเทียบรูปแบบทางเลือกรูปแบบทางเลือกต่างๆ พบว่า รูปแบบทางทางเลือก แบบทางแยกระดับพื้น โดยปรับปรุงสัญญานไฟฟ้าจราจร เป็นรูปแบบทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากทางแยกทั้ง 2 แห่ง มีเขตทางแคบและเป็นพื้นที่ชุมชนหนาแน่น โดยจะคงทางแยกเดิมไว้ แล้วแก้ไขปัญหาจราจรที่ทางแยก ที่จุดตัดทั้ง 2 แห่ง ด้วยการปรับปรุงสัญญาณไฟจราจร ให้จังหวะสัญญาณไฟจราจรสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน (Adaptive Control) ถึงกันแต่ละแยก เพื่อลดการติดขัดของการจราจรให้น้อยลง

4) ทางแยกที่จุดตัด ทางหลวงหมายเลข 117 ที่ กม.129+643 ตัดกับทางหลวงหมายเลข 12 (แยกบ้านคลอง) บริเวณทางแยกของโครงการมีลักษณะเป็น 4 แยก เป็นจุดตัดทางแยกทางหลวงหมายเลข 12 กับ ทางหลวงหมายเลข 117 โดยจากการพิจารณาเปรียบเทียบรูปแบบทางเลือกรูปแบบทางเลือกต่างๆ พบว่า รูปแบบทางทางเลือกแบบทางแยกระดับพื้น โดยปรับปรุงสัญญาณไฟฟ้าจราจร เป็นรูปแบบทางเลือกที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากรูปแบบนี้ ราคาค่าก่อสร้างต่ำ ใช้เวลาก่อสร้างน้อย ทัศนียภาพทางแยกโดยรอบดีเนื่องเป็นทางแยกระดับพื้น รวมถึงใช้พื้นที่ในการก่อสร้างทางแยกน้อย

สำหรับการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมในช่วงที่ผ่านมา ได้ดำเนินการรวบรวมข้อมูลทุติยภูมิ สำรวจและเก็บตัวอย่างด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อนำมาประกอบการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น (IEE) โดยศึกษาครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ ทรัพยากรสิ่งแวดล้อมทางกายภาพ ทรัพยากรสิ่งแวดลอมทางชีวภาพ คุณค่าการใช้ประโยชน์ของมนุษย์ และคุณค่าต่อคุณภาพชีวิต จําแนกเป็นปัจจัยย่อย 31 ปัจจัย ทั้งนี้จากพิจารณาร่วมกับลักษณะกิจกรรมการพัฒนาโครงการทั้งในระยะ เตรียมการก่อสร้าง ระยะก่อสร้าง และระยะดำเนินการ ผลการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมเบื้องต้น ซึ่งจะนำปัจจัยที่มีนัยสำคัญทั้งหมด 22 ปัจจัยไปศึกษาต่อในการประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมขั้นรายละเอียด (EIA)

ภายหลังการประชุมครั้งนี้ กรมทางหลวง จะรวบรวมข้อมูลความคิดเห็น และข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนนำมาพิจารณาประกอบการศึกษาและออกแบบรายละเอียดของโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมทั้งจะดำเนินการจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยมีกำหนดจัดการประชุมหารือมาตรการลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม (กลุ่มย่อย ครั้งที่ 2) ในช่วงต้นปี 2570 ต่อไป เพื่อนำเสนอรายละเอียดข้อมูลโครงการไปสู่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องและประชาชนในพื้นที่โครงการได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้อง โดยผู้สนใจสามารถติดตามความคืบหน้าและรายละเอียดของโครงการฯ ได้ที่เว็บไซต์ www.hw117-xray-bankhlong.com แฟนเพจเฟซบุ๊ก : ทล.117 เอ็กซ์เรย์-บ้านคลอง และ Line Official โครงการ : ทล117แยกเอ็กซ์เรย์ (@884bbseo)

///////////////////////////////////////////////////

แสดงความคิดเห็น