วันที่ 9 กันยายน 2556 ที่สำนักงานเกษตรจังหวัดพิษณุโลก อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้มีตัวแทนชาวนา หมู่ 5 หมู่ 11 ต.ท่านางงาม อ.บางระกำ จ.พิษณุโลก กว่า 20 คน นำโดยนายสุรินทร์ เกษจิ๋ว อายุ 64 ปี เข้าร้องเรียนกับนายวีระศักดิ์ อัตถไพศาล เกษตรจังหวัดพิษณุโลก หลังจากไม่สามารถนำข้าวที่เก็บเกี่ยวเข้าร่วมโครงการรับจำนำนาปรับรอบที่ 2 ได้
นายใจ สุมโชติ หนึ่งในตัวแทนเกษตรกร อ.บางระกำ กล่าวว่า ชาวนาที่ประสบปัญหาส่วนใหญ่เป็นเกษตรกรที่ปลูกข้าวในพื้นที่ โครงการไชยานุภาพ กองทัพภาคที่ 3 ซึ่งมีเกษตรกรปลูกข้าว 47 รายกว่า 1,000 ไร่ โดยเริ่มทำมาตั้งแต่ปี 2549 ที่ผ่านมาไม่มีปัญหา สามารถเข้าร่วมโครงการรับจำนำและประกับราคาข้าวของรัฐบาลได้ตามปกติ แต่มาครั้งนี้หลังจากชาวนาไปขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร ก็ทำนาปลูกข้าวโดยไม่ได้เนื่องจากขาดการติดต่อประสารงานระหว่างผู้นำท้องถิ่น เกษตรกรอำเภอบางระกำ จนทำให้ไม่มีการทำประชาคมเพื่อออกใบรับรองเกษตรกร ทำให้ไม่สามารถนำข้าวเข้าร่วมโครงการรับจำนำได้ ก่อนหน้านี้ได้มีความพยายามในการสอบถามไปยังเกษตรกรอำเภอบางระกำแต่ก็ไม่ได้รับ
“ตนมีที่นา 40ไร่ ลงทะเบียนเกษตรกรปลูกข้าวปี 2555/2556 นาปรังรอบ 2 วันที่ 21 เมษายน 2556 – วันที่ 5 สิงหาคม 2556 หลังเก็บเกี่ยวแล้วนำข้าวไปเข้าร่วมโครงการรับจำนำกับโรงสีจึงทราบว่าเอกสารไม่เรียบร้อย จึงนำข้าวเปลือกฝากไว้กับทางโรงสี หากสายสดให้โรงสีก็จะได้ราคา 6,000-7,000 บาท /ตัน เพื่อรอทำเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งพบว่าชาวนาหลายรายในหมู่บ้านประสบปัญหาแบบเดียวกันจำนวนมาก จึงไปสอบถามเจ้าหน้าที่ ๆ ให้ยื่นโฉนดที่ดิน แต่พอไปยื่นก็บอกส่งหลักฐานช้าเกินไปไม่ทันอีก จึงพากันมาเรียกร้องในครั้งนี้”
นางมะลิ กันวงค์ เกษตรกร หมู่ 11 ต.ท่านางงาม กล่าวว่า เกิดปัญหาเกี่ยวกับการสื่อสารที่ไม่ชัดเจนทำให้ข้าวที่เก็บเกี่ยวไม่สามารถเข้าร่วมโรครงการรับจำนำได้ และด้วยที่ผ่านไปทำให้นาน ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถช่วยเหลือได้ ชาวนาจึงต้องแบกรับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น อาทิ ปุ๋ย ยา และน้ำมันแพงถึงถังละ 6,700 บาท ซึ่งข้าว 1 ตันยังซื้อน้ำมันทำนา 1 ถังได้เลย วันนี้หากการเรียกร้องเจ้าหน้าที่ไม่สามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดจากเจ้าหน้าที่เกษตรกรอำเภอให้กับชาวนาได้ ชาวนาคงต้องยอมขายข้าวในราคาตันละ 6,300 บาท จากปกติหากนำเข้าร่วมจำนำจะได้ราคาตันละ 11,500 บาท ซึ่งความผิดพลาดดังกล่าวทำให้ชาวนาเดือดร้อน สูญเสียเงินรายได้และแบกรับขาดทุนจากการทำนารายละกว่า 1 แสนบาท
ด้านนายวีระศักดิ์ อัตถไพศาล เกษตรจังหวัดพิษณุโลก ได้เดินทางมารับเรื่อง ร้องเรียนพร้อมกล่าวชี้แจงว่า จังหวัดพิษณุโลกประสบปัญหาจากข้อผิดพลาดของเจ้าหน้าทำให้ไม่สามารถทำประชาคมและออกใบรับรองเกษตรกรได้ทัน จำนวน 3 อำเภอ คือ อำเภอพรหมพิราม เกษตรกร 200 คน อำเภอวัดโบสถ์ เกษตรกร 40 คน และอำเภอบางระกำ 40 คน ที่ทางเกษตรจังหวัดกำลังดำเนินการตรวจสอบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกร เป็นข้อผิดพลาดของการสื่อสาร ที่ผู้ใหญ่บ้าน ไม่ได้แจ้งให้ชาวบ้านในพื้นที่ทำการประชาคมรอบสองเพิ่มตามระยะเวลาที่กำหนด หลังทราบเรื่อง ได้นำปัญหาเข้าสู่คณะอนุกรรมการข้าวระดับอำเภอ และระดับจังหวัด เพื่อทำการช่วยเหลือชาวนากลุ่มนี้ แต่มีเงื่อนไขว่า จะต้องมีข้าวอยู่ในนาข้าว เป็นข้าวที่เก็บเกี่ยวก่อนวันที่ 15 กันยายน 2556 แต่ชาวนาที่มีปัญหาคือ ได้เก็บเกี่ยวข้าวไปเรียบร้อยแล้ว และนำไปฝากไว้กับโรงสี เกษตรกรบางระกำ 2 หมู่บ้านที่มาเรียกร้องอยู่นอกเหนือแนวการช่วยเหลือ ยากเกินจะเยียวยาได้ แนวทางแก้ไขปัญหาคงต้องให้ทางผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก ขอความร่วมมือจากโรงสีในการรับซื้อข้าวในราคาที่สูงขึ้นเท่านั้น



