ชาวบ้านพรหมพิรามเตรียมรับน้ำระลอก 2 ที่คาดว่าจะมาในอีก 2-3 วัน ในส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่ อ.พรหมพิราม เริ่มลดระดับลง 5-10 ซม. ทางด้านผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลกเผย การบริหารจัดการน้ำเป็นไปได้ด้วยดี เน้นย้ำให้เกษตรกรปลูกข้าวให้ได้ตามเวลา
วันนี้ (9 ก.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.พิษณุโลก ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ทางการเกษตร หลังจากทางจังหวัดพิษณุโลก มีพื้นที่ได้รับความเดือดร้อนจำนวน 3 อำเภอ คือ อ.บางระกำ อ.พรหมพิราม และ อ.เมือง มีพื้นที่เกษตรกรได้รับความเสียหาย 38,000 ไร่ โดยขณะนี่ระดับน้ำในพื้นที่ ต.ท่าช้างที่เป็นจุดรับน้ำจากสุโขทัย น้ำได้ไหลเข้าท่วมท้องที่นาแล้ว แต่ระดับน้ำไม่สูง และเริ่มมีระดับลดลง 5-10 ซ.ม.
ด้าน นายอภิวัฒน์ สุขประเสริฐ อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 86 หมู่ที่ 10 บ้านวังขี้เหล็ก ต.ท่าช้าง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก กล่าวว่า ระดับน้ำที่คลองเมมหรือแม่น้ำยมสายเก่า ที่ไหลเข้าท่วมบ้านของตนขณะนี้ได้เริ่มลดระดับลงแล้ว 5-10 ซม. ตั้งแต่เมื่อช่วงเย็นของเมื่อวานที่ผ่านมา แต่ก็ยังต้องเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เพราะคาดว่าน้ำน่าจะไหลจากจังหวัดสุโขทัยมาอีกระลอก 2 ที่คาดว่าจะมาจาก จ.สุโขทัย และ จ.แพร่ ซึ่งชาวบ้านในพื้นที่ได้มีการเตรียมเรือ และขนของขึ้นอยู่ที่สูงไว้แล้ว โดยส่วนใหญ่ชาวบ้านมีการเตรียมความพร้อมเป็นอย่างดี และบางส่วนอยากให้มีน้ำท่วม เพราะจะได้ออกจับปลาเป็นรายได้อีกทางหนึ่ง
ด้าน นายระพี ผ่องบุพกิจ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า จากน้ำหลากจากแม่น้ำยม จ.สุโขทัย โดยทางกรมชลประทานผันน้ำมาทางพื้นที่ลุ่มต่ำ ของ จ.พิษณุโลก ซึ่งน้ำที่ผันมาสู่พิษณุโลกได้อยู่ในแปลงนาที่เก็บเกี่ยวแล้ว โดยเรามีการบูรณาการร่วมกัน โดยเตือนภัยรีบเร่งเก็บเกี่ยวก่อน ทำให้ไม่ได้รับผลกระทบมาก เวลานี้ปัญหาน้ำของ จ.พิษณุโลก ดูแลได้
ส่วนสถานการณ์ อ.พรหมพิราม ระดับน้ำลดลง แต่ อ.บางระกำ เพิ่มขึ้น ระดับน้ำเพิ่มขึ้น เฉลี่ย 5-8ซม. เพิ่มขึ้นที่ละไม่มาก เนื่องจากพื้นที่ อ.บางระกำ เป็นพื้นที่แอ่งกระทะ คาดว่าน้ำจะท่วมประมาณ 1เดือน การบริหารจัดการน้ำแบบนี้เกิดประโยชน์กับที่นาที่เก็บเกี่ยวแล้ว ส่วนพื้นที่นาข้าวยังไม่เก็บเกี่ยวอีก10 % ได้นำรถแบ็คโฮมาทำคันดินกั้นไว้
สำหรับ จ.พิษณุโลก ไม่สามารถเลี่ยงปัญหาน้ำท่วมได้ เนื่องจากแม่น้ำยมไม่มีเขื่อนขนาดใหญ่บริหารจัดการน้ำ น้ำจึงต้องหลากลงมาที่ อ.พรหมพิราม และ อ.บางระกำ จะทำอย่างไรจะให้ประชาชนปลูกข้าวเดือนเมษายน และเก็บเกี่ยวเดือนกรกฎาคมของทุกปี เพื่อเปิดให้น้ำเข้านา ได้ปลาได้ปุ๋ยตอซังข้าวเน่า ศัตรูพืช หนูถูกกำจัดออก ข้าวดีดข้าวเด้งไม่มีปัญหา เราต้องวางแผนในการเพาะปลูกพื้นที่ลุ่มต่ำ ให้ทำการเพาะปลูกอย่างมีประสิทธิภาพ โดยทางกรมชลประทานต้องปรับแผนการบริหารจัดการน้ำด้วย.
…………………………………………………………………………………

