วันที่ 2 ก.พ.2560 ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบความเป็นอยู่ของครอบครัวรายหนึ่ง หลังทราบว่ามีความเป็นอยู่อย่างลำบาก ไม่มีบ้านอยู่อาศัย ต้องมาสร้างเพิงพักชั่วคราว ที่บริเวณ ม.4 ต.มะต้อง อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก โดยมีพระครูสิทธิธรรมวิภัช เจ้าอาวาสวัดราชบูรณะ อ.เมืองพิษณุโลก เดินทางไปมอบข้าวสารอาหารแห้ง และเงินช่วยเหลืออีกจำนวนหนึ่ง เพื่อเป็นการช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าว
บริเวณเพิงพักหลังดังกล่าว พบครอบครัวของนางกาหลง มาชุม อายุ 32 ปี อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากับลูก จำนวน 4 คน คนแรกชื่อ ด.ช.อัธสดายุทธ์ ทองเครือมา อายุ 13 ปี เรียนหนังสืออยู่ชั้น ม.1 คนที่ 2 ชื่อด.ช.ณัฐภัทร ทองเครือมา อายุ 11 ปี อยู่ชั้น ป.5 คนที่ 3 ชื่อ ด.ญ.รัญชิดา ทองเครือมา อายุ 10 ปี อยู่ชั้น ป.4 และคนสุดท้องชื่อ ด.ญ.สุทาทิพย์ ทองเครือมา อายุ 8 ปี อยู่ชั้น ป.2 ทั้งหมดเรียนอยู่ที่โรงเรียนวัดหางไหล
จากสภาพที่พักอาศัย เป็นเหมือนกับยุ้งฉางหรือเพิ่งเก็บพืชไร่ เพราะสร้างจากเศษไม้ใช้ไม้ยูคาเป็นเสา มุงด้วยสังกะสีเก่าๆที่มีรูทะลุมองเห็นได้ชัดเจน หากฝนตกไม่สามารถกันน้ำฝนได้เลย ส่วนฝาบ้านนั้นใช้สแลนกันแดดสีเขียวปิดล้อมตัวบ้านทั้งสี่ด้านเอาไว้รอบตัวเพิ่งพัก เพื่อกันแดดกันลมได้บ้างเท่านั้น โดยมีไม้ฟากเก่าๆมาปิดบังไว้อีกที ส่วนภายในมีการใช้ไม้อัดเก่ายกสูงจากพื้นดินเล็กน้อย เพื่อใช้เป็นที่หลับนอนในยามค่ำคืน มีข้าวของเครื่องใช้ผ้าห่มที่นอนกองเอาไว้และเสื้อผ้าแขวนตามมุมต่างๆ เนื่องจากไม่มีตู้เก็บเสื้อผ้า โดยด้านนอกจะเป็นที่ทำกินเป็นเตาถ่านใช้เศษไม้ที่หาทั่วไปมาเป็นเชื้อฟืน ในการหุงหาอาหารในแต่ละวัน
จากการสอบถามนางกาหลง เปิดเผยว่า ทุกวันนี้ครอบครัวตนอยู่ด้วยหลายคน มีตนกับสามี ลูกอีก 4 คน และน้องสาวตนอีกคน รวมเป็น 7 คน โดยสามีจะเดินทางไปทำงานรับจ้างก่อสร้างทั่วไปในตัวเมืองพิษณุโลก ส่วนน้องสาวชื่อ ด.ญปาริฉัตร มาชุม กำลังเรียนอยู่ชั้น ม.2 โรงเรียนในพรหมพิราม และลูกอีก 4 คน เรียนอยู่ที่โรงเรียงวัดหางไหล รายได้หลักมาจากสามีวันละ 300-400 บาทเท่านั้น
นางกาหลง กล่าวว่า แต่ก่อนตนพักอาศัยอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งไม่ห่างจากที่เดิมมากนัก ซึ่งเป็นบ้านพักของคนอื่นให้อาศัย ก่อนเจ้าของบ้านได้รื้อบ้านหลังนั้น ตนและครอบครัวจึงต้องที่ที่อยู่ใหม่ โดยมีคนเขาให้มาอยู่ที่ปัจจุบันเป็นการชั่วคราว จึงได้หาเศษไม้และอุปกรณ์มาก่อสร้างที่อยู่ดังกล่าว โดยได้สังกะสีจากบ้านหลังเก่าเจ้าของเขาแบ่งให้มามุงหลังคา ส่วนฝาบ้านไม่มีไม้ จึงต้องใช้สแลนมาปิดบังเอาไว้ เพื่อกันลมกันแดด ซึ่งต่อมามีคนนำฟากไม้เก่ามาให้อีก จึงนำมาปิดทับกันไว้นอกนอกอีกชั้น ส่วนเองหากว่างจะรับจ้างทั่วไปแล้วแต่ใครจะจ้างทำอะไร ได้ทำบ้างไม่ได้ทำบ้าง
ด้านนาย เริงประวัติ คุ้มคำ อบต.มะต้อง เปิดเผยว่า ก่อนหน้าตนไม่ทราบว่ามีครอบครัวที่ได้รับความเดือดร้อนอย่างนี้ ผ่านมาพบเห็นจึงได้เข้าไปสอบถาม พร้อมกับถ่ายรูปที่พักอาศัย เพื่อหาหนทางช่วยเหลือครอบครัว ซึ่งครั้งแรกก็มีเพียงสแลนมาขึงเป็นฝาบ้านเท่านั้น ลมหนาวพัดมาก็รู้สึกสงสารเด็ก ๆ ชาวบ้านจึงไปช่วยกันนำไม้ไผ่จากบ้านเก่ามาตอกรอบบ้าน เพื่อบรรเทาลมหนาวที่พัดเข้ามา เบื้องต้นยังไม่มีหน่วยงานไหนเข้ามาดูแลแม้แต่หน่วยงานเดียว จึงอยากจะฝากถึงผู้มีจิตกุศลที่จะช่วยเหลือ สามารถจะติดตนได้ที่เบอร์ 0816046185 หรือเบอร์ของนางกาหลง 0639575722 ส่วนหมายเลขบัญชีธนาคารต่อนี้ยังไม่มี ซึ่งตนจะพานางกาหลงไปเปิดภายหลังอีกที


