กลุ่มเพื่อนหลังกำแพง ปั้นดินให้เป็นบุญ มอบพระพุทธรูปให้โรงพยาบาล 5 จว.ภาคเหนือ

พิษณุโลก อรสุม  สุทธิสาคร ศิลปินแห่งชาติ จากกลุ่มเพื่อนหลังกำแพง นำพระพุทธรูป 65 องค์ จากฝีมือการปั้น และหล่อโดยนักโทษ เรือนจำบางขวาง ส่งต่อโรงพยาบาล 5 จังหวัดภาคเหนือ โรงพยาบาลนเรศวรรับมอบ 4 องค์ ไว้หอผู้ป่วยโครงการนี้อยู่ภายใต้แนวคิด จากมือที่เปื้อนบาปสู่มือที่ปั้นบุญ พร้อมตั้งกองทุนช่วยเหลือนักโทษ หลังพ้นผิด มอบทุนกู้สร้างอาชีพปลอดดอกเบี้ย สร้างชีวิต

วันนี้ (20 พฤษภาคม 2569) ณ ห้องรับรอง ชั้น 3 สำนักงานผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร นพ.พิเชษ วัฒนไพโรจน์รัตน์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร และ ผศ.พญ.พิริยา นฤขัตรพิชัย คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ให้การต้อนรับ นางสาวอรสม สุทธิสาคร ศิลปินแห่งชาติ จากกลุ่มเพื่อนหลังกำแพง พร้อมคณะ ซึ่งเดินทางลงพื้นที่ภาคเหนือ ระหว่างวันที่ 18–20 พฤษภาคม 2569 เพื่อนำพระพุทธรูปจำนวน 65 องค์ ไปมอบให้หน่วยงานต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ โดยได้มอบพระพุทธรูปให้แก่โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยนเรศวร จำนวน 4 องค์ เพื่อประดิษฐานประจำหอผู้ป่วย

นางสาวอรสม สุทธิสาคร ศิลปินแห่งชาติ จากกลุ่มเพื่อนหลังกำแพง กล่าวว่า การลงพื้นที่ครั้งนี้ได้นำพระพุทธรูปไปมอบผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดต่าง ๆ ได้แก่ พิจิตร แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร และพิษณุโลก โดยเฉพาะในจังหวัดพิษณุโลก ได้มอบผ่านสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดพิษณุโลก จำนวน 9 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐานในโรงพยาบาลชุมชนทั้ง 9 อำเภอ

นอกจากนี้ เมื่อทราบว่ามหาวิทยาลัยนเรศวรมีโรงพยาบาล จึงได้นำพระพุทธรูปมามอบเพิ่มเติม เพื่อเป็นที่สักการะของบุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ และผู้ป่วย

นางสาวอรสม กล่าวว่า ปัจจุบันพระพุทธรูปที่ลูกศิษย์ในโครงการร่วมกันปั้น ได้ถูกส่งมอบให้โรงพยาบาลและโรงพยาบาลชุมชนทั่วประเทศครบถ้วนแล้ว ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นบุญกุศลทั้งต่อผู้ปั้นและผู้ร่วมเป็นเจ้าภาพ โดยขณะนี้มีพระพุทธรูปที่ส่งมอบแล้วเกือบ 2,000 องค์

“ต้องขอบคุณผู้มีเมตตาที่ให้โอกาสและสนับสนุนผู้ต้องขัง ซึ่งเคยกระทำผิด ให้ได้มีพื้นที่ในการกลับตัวกลับใจ พวกเรารู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมาก” นางสาวอรสม กล่าว

ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานของ “กลุ่มเพื่อนหลังกำแพง” ซึ่งก่อตั้งมากว่า 16 ปี โดยเข้าไปทำกิจกรรมในเรือนจำบางขวางร่วมกับหลายหน่วยงาน สำหรับโครงการปั้นพระพุทธรูป ดำเนินการต่อเนื่องมากว่า 10 ปี และจัดการเรียนการสอนมาแล้ว 4 รุ่น ให้แก่ผู้ต้องขังโทษสูงในเรือนจำบางขวาง โดยใช้ระยะเวลาเรียนรู้และฝึกปั้นพระพุทธรูปนาน 10 เดือน ก่อนจะทำ พิธีสมโภชพระพุทธรูป ณ วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมี พระพรหมศากยวงศ์วิสุทธิ์ (อนิลมาน ธมฺมสากิโย) ผู้ช่วยเจ้าอาวาส พระเถระชั้นผู้ใหญ่ผู้เป็นที่เคารพศรัทธา และเป็นที่ปรึกษากลุ่มเพี่อนหลังกำแพงเป็นผู้ตั้งชื่อพระเหล่านี้

หลังจากนั้น กลุ่มจะหาเจ้าภาพเพื่อนำพระพุทธรูปไปมอบให้โรงพยาบาลต่าง ๆ ภายใต้โครงการ “จากมือที่เปื้อนบาป สู่มือที่ปั้นบุญ” ด้วยความเชื่อว่า มือที่เคยปั้นพระพุทธรูปให้ผู้คนได้กราบไหว้ จะไม่กลับไปกระทำผิดซ้ำอีก

ที่ผ่านมา มีการส่งมอบพระพุทธรูปทั้งในประเทศไทย รวมถึงถวายให้วัดในประเทศเนปาลและอินเดีย รวมแล้วกว่า 1,900 องค์ และขณะนี้กำลังดำเนินการผลิตล็อตสุดท้าย เพื่อนำไปมอบให้สำนักสงฆ์บนดอย หน่วยพิทักษ์ป่า และฐานตำรวจตระเวนชายแดน ก่อนปิดโครงการส่งมอบพระพุทธรูปอย่างสมบูรณ์

นอกจากนี้ เงินที่ได้รับจากการจัดหาเจ้าภาพ ยังถูกนำมาต่อยอดเป็นกองทุนช่วยเหลืออดีตผู้ต้องขังในเรือนจำบางขวางที่พ้นโทษแล้ว ให้สามารถกู้ยืมเงินโดยไม่คิดดอกเบี้ย เพื่อใช้ประกอบอาชีพและลดโอกาสการกระทำผิดซ้ำ ปัจจุบันมีการปล่อยกู้ช่วยเหลือไปแล้วกว่า 3 ล้านบาท ครอบคลุมผู้ได้รับความช่วยเหลือกว่า 90 ราย

ภายใต้กองทุนดังกล่าว ยังมีกิจกรรมนิมนต์พระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศวิหาร เข้าไปยังโรงพยาบาลราชทัณฑ์ เดือนละ 2 ครั้ง เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ต้องขังเกือบ 400 คน ได้ร่วมทำบุญตักบาตรและใกล้ชิดพระพุทธศาสนา

“เราเชื่อว่าการได้ใส่บาตรขณะอยู่ในเรือนจำ เป็นการบำรุงจิตใจอย่างมาก หลายคนถึงกับขอจับชายจีวรด้วยน้ำตาซึม เป็นภาพที่งดงามและสะท้อนว่า ศาสนายังเป็นที่พึ่งทางใจให้กับผู้ที่ทุกข์กายทุกข์ใจได้อย่างแท้จริง” นางสาวอรสม กล่าว

พร้อมระบุว่า ภาพของผู้ป่วยที่ก้มกราบพระพุทธรูป ซึ่งลูกศิษย์ผู้ต้องขังตั้งใจปั้นและส่งมอบให้ ยิ่งสะท้อนความหมายของโครงการ “จากมือที่เปื้อนบาป สู่มือที่ปั้นบุญ” ได้อย่างชัดเจน

 

แสดงความคิดเห็น