พิษณุโลก มหาวิทยาลัยนเรศวรเปิดตัว “ชุดการเรียนการสอนศิลปะการรำไทยผ่านเทคโนโลยีโมชั่นเซนเซอร์” ในงานวันสถาปนาสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร ครบรอบ 36 ปี และงานมหกรรมการเรียนรู้ ภายใต้นโยบายที่มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีขับเคลื่อนการศึกษาและสร้างนวัตกรรมแห่งการเรียนรู้ โดยความร่วมมือระหว่างคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร และคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร
นวัตกรรมดังกล่าวเป็นชุดการเรียนการสอนศิลปะการรำไทยผ่านเทคโนโลยีโมชั่นเซนเซอร์ ซึ่งพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่อ้างอิงหลักการและตำรา ตลอดจนท่ารำจากศิลปินต้นแบบและผู้เชี่ยวชาญด้านนาฏศิลป์ไทย เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถเข้าถึงและฝึกฝนท่ารำได้อย่างถูกต้อง โดยมุ่งหวังให้สถานศึกษาทั่วประเทศสามารถนำไปใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุนการเรียนการสอนได้
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทิพย์ แทนธานี รักษาราชการแทนอธิการบดีมหาวิทยาลัยนเรศวร เป็นประธานเปิดงานวันสถาปนาสำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร ครบรอบ 36 ปี และงานมหกรรมการเรียนรู้ ณ อาคาร 1 ชั้น 2 สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร โดยมีคณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นิสิต ผู้ร่วมงาน และสื่อมวลชน เข้าร่วมงาน
ภายในงานมหกรรมการเรียนรู้มีการเชื่อมโยงร้านหนังสือและหนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-book) กว่า 100 บูธ การนำเสนอบูธเทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ การอบรมทักษะข้ามสายวิชาการ การถ่ายทอดแรงบันดาลใจจากศิษย์เก่า ตลอดจนกิจกรรมเวิร์กช็อปในพื้นที่สร้างสรรค์ เพื่อส่งเสริมให้สำนักหอสมุดเป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้ที่ไร้ขีดจำกัด
รองศาสตราจารย์ ดร.ศรินทิพย์ กล่าวว่า ตลอดระยะเวลา 36 ปีที่ผ่านมา สำนักหอสมุดได้เติบโตเคียงข้างมหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะหน่วยงานที่จัดหาและสนับสนุนทรัพยากรเพื่อรองรับพันธกิจสำคัญของมหาวิทยาลัย ทั้งด้านการเรียนการสอน การวิจัย การบริการวิชาการ และการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรม
สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร มีพัฒนาการที่น่าภาคภูมิใจ โดยมุ่งจัดหาทรัพยากรที่หลากหลายภายใต้หลักความคุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานอย่างแท้จริง ภายในงานยังมีการนำนวัตกรรม เช่น AI การสแกน 3D และ VR มาใช้เป็นพื้นฐานในการกระตุ้นการเรียนรู้ข้ามศาสตร์ รวมถึงการพัฒนาทรัพยากรการเรียนรู้ที่เป็นองค์ความรู้ของมหาวิทยาลัยนเรศวร เพื่อส่งต่อองค์ความรู้ที่สั่งสมภายในมหาวิทยาลัยไปสู่สังคมและโลกภายนอก
สำหรับ “ชุดการเรียนการสอนศิลปะการรำไทยผ่านเทคโนโลยีโมชั่นเซนเซอร์” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรเดช ณ กรม คณบดีคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร ร่วมกับ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะผู้ร่วมพัฒนาและผู้ประดิษฐ์ มีเจตนารมณ์ให้แพลตฟอร์มดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์และรักษาท่ารำไทย ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญทางวัฒนธรรมของประเทศไทยให้คงอยู่ในรูปแบบที่ถูกต้อง พร้อมส่งเสริมการสืบสานศิลปะการรำไทยไปยังคนรุ่นหลังและผู้ที่สนใจ ผ่านรูปแบบการเรียนรู้ที่สอดคล้องกับยุคสมัย
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา สุวรรณประเทศ คณบดีคณะมนุษยศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวร กล่าวว่า แนวคิดในการสร้างสรรค์นวัตกรรมดังกล่าวสอดคล้องกับนโยบายของมหาวิทยาลัย โดยคณะมนุษยศาสตร์มีการเรียนการสอนที่หลากหลาย และมองเห็นโอกาสในการนำเทคโนโลยีมาช่วยสนับสนุนการเรียนการสอนนาฏศิลป์ไทย ด้วยการใช้ Motion Sensor บันทึกและถ่ายทอดท่ารำจากศิลปินต้นแบบ ศิลปินแห่งชาติ และครูศิลปินในหลากหลายแขนง เพื่อทำหน้าที่เสมือนพี่เลี้ยงช่วยฝึกหัดให้นิสิตสามารถฝึกฝนนอกเวลาเรียนได้
“มีเสียงสะท้อนจากภายนอกว่าครูผู้สอนนาฏศิลป์ในโรงเรียนมีไม่เพียงพอ เพราะฉะนั้น AI จะเป็นคำตอบและเป็นตัวช่วยในการสร้างแบบฝึกให้เด็ก ๆ ได้ฝึกท่ารำกับครูต้นแบบ ซึ่งถือเป็นการกระจายโอกาส เพราะเด็ก ๆ ในต่างจังหวัดมีโอกาสเข้าถึงศิลปินแห่งชาติได้ยาก”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.อรอุษา กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนนาฏศิลป์ไทยโดยใช้ Motion Sensor ยังถือเป็นการนำ AI มาใช้ในการทำนุบำรุงศิลปะและวัฒนธรรมไทย นอกเหนือจากด้านการเรียนการสอน เนื่องจากสามารถจัดเก็บข้อมูลการร่ายรำของศิลปินต้นแบบได้อย่างละเอียด โดย AI สามารถบันทึกองศาของวงแขนและรายละเอียดของท่ารำได้ แตกต่างจากการบันทึกในรูปแบบวิดีโอทั่วไป
ด้านผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรเดช ณ กรม คณบดีคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร มหาวิทยาลัยนเรศวร ในฐานะผู้ร่วมพัฒนาโครงการ กล่าวว่า แนวคิดการพัฒนาเทคโนโลยีดังกล่าวมาจากมุมมองด้านเศรษฐกิจสร้างสรรค์ของคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร โดยมุ่งนำองค์ความรู้และวัฒนธรรมที่มีอยู่มาต่อยอดสู่ภาคธุรกิจอย่างไรให้เกิดความยั่งยืน
“เรื่องนี้ถือเป็น Soft Power ของประเทศไทย เราต้องทำอย่างไรจึงจะสามารถต่อยอดและกระจายไปสู่ภาคธุรกิจได้อย่างยั่งยืน เป็นการผสมผสานระหว่างวัฒนธรรม เทคโนโลยี และธุรกิจ เพื่อนำเรื่องราวเหล่านี้ออกไปสู่โลกดิจิทัลยุคใหม่”
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วรเดช กล่าวเพิ่มเติมว่า เทคโนโลยีดังกล่าวได้รับการพัฒนามานานกว่า 1 ปี โดยเป็นความร่วมมือระหว่างคณะมนุษยศาสตร์ และคณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร จนเกิดเป็นนวัตกรรมที่สามารถต่อยอดได้ในอนาคต โดยไม่จำกัดเฉพาะกระบวนการเรียนรู้ด้านการร่ายรำเท่านั้น หากสามารถพัฒนาในเชิงธุรกิจได้อีกหลากหลายรูปแบบ ทั้งนี้ ลิขสิทธิ์ยังเป็นของมหาวิทยาลัยนเรศวร และมหาวิทยาลัยมีความยินดีที่จะสนับสนุนหน่วยงานหรือองค์กรต่าง ๆ ที่สนใจนำระบบไปต่อยอดและใช้งาน
ทั้งนี้ ชุดการเรียนการสอนศิลปะการรำไทยผ่านเทคโนโลยีโมชั่นเซนเซอร์ เปิดให้ทดลองเรียนรู้ภายในงานมหกรรมการเรียนรู้ สำนักหอสมุด มหาวิทยาลัยนเรศวร ในวันที่ 17 สิงหาคม 2569 ตั้งแต่เวลา 10.00 น. เป็นต้นไป สำหรับหน่วยงานหรือสถานศึกษาที่สนใจนำระบบไปใช้เพื่อการเรียนการสอน สามารถประสานงานได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 093-323-8953 หรือกองถ่ายทอดเทคโนโลยีฯ มหาวิทยาลัยนเรศวร
