พิธีอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราชอุ้มไก่เหลืองหางขาว

พิษณุโลก  สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลกร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จัดพิธีอัญเชิญพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุ้มไก่เหลืองหางขาว (ไก่แก้วมหาราชย์) จากพระราชวังจันทน์ ไปประดิษฐาน ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนวังจันทน์) ให้ประชาชนได้สักการะ
เวลา 08.09 น. วันที่ 18 สิงหาคม 2569 ที่ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช พระราชวังจันทน์ อำเภอเมืองจังหวัดพิษณุโลก สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก ร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จัดพิธีอัญเชิญ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุ้มไก่เหลืองหางขาว (ไก่แก้วมหาราชย์) จากพระราชวังจันทน์ ไปประดิษฐาน ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนวังจันทน์) โดยมีนายเกียรติศักดิ์ ตรงสิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดพิษณุโลก เป็นประธานในพิธี
ขบวนอัญเชิญ พระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุ้มไก่เหลืองหางขาว (ไก่แก้วมหาราชย์) ได้จัดริ้วขบวนอย่างยิ่งใหญ่ นำชบวนโดยคณะนางรำประกอบดนตรีมังคละ จากพระราชวังจันทน์ ไปยังรอบเมืองพิษณุโลก และนำพระบรมรูปฯ ไปประดิษฐาน ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม (ส่วนวังจันทน์) ในเวลา 10.00 น.
นางภารดี โซ่จินดามณี ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลก สภาอุตสาหกรรมจังหวัดพิษณุโลกร่วมกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม จัดสร้างพระบรมรูปสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อุ้มไก่เหลืองหางขาว ความสูงทั้งฐาน 2.20 เมตร เพื่อให้เป็นที่สักการระของชาวพิษณุโลก
ผศ.ดร.ชุมพล เสมาขันธ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม เปิดเผยว่า การที่จะมีพระนเรศวรอยู่ที่ไหนในประเทศไทยมีเยอะ เพราะพระองค์ท่านเสด็จไปหลายที่ในประเทศไทย แต่การที่จะมีพระพรมรูป พระนเรศวรอุ้มไก่ ทรงพระเยาว์อุ้มไก่นั้น มีประวัติศาจร์อยู่คู่เมืองพิษณุโลกแห่งเดียว เพราะพระองค์ประสูติที่พระราชวังจันทน์ และเมื่อครั้งทรงพระเยาว์ พระองค์ชอบตีไก่ วันนี้ จึงทำพิธีที่พระราชวังจันทน์ สถานที่ประสูติของพระองค์ท่าน เคลื่อนขบวนผ่านถนนวังจันทน์ และไปประดิษฐานฯ ณ สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏ ( ส่วนวังจันทน์ )

สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงพระราชสมภพ ณ วังจันทน์ เมืองพิษณุโลกสองแคว พระองค์ทรงโปรดปรานการตีไก่มาแต่ทรงเยาว์วัยทรงใฝ่หาความรู้ และ เชื่อแน่ว่าไก่ที่พระนเรศวรฯทรงนำไปชนกับพม่านั้นนำไปจากบ้าน “ บ้านกร่าง” เดิมเรียกบ้าน “บ้านหัวแท” ซึ่งอยู่ห่างจากตัว เมืองพิษณุโลกไปทางทิศตะวันตก ประมาณ ๙ กิโลเมตร
ไก่ชนของบ้านกร่างเป็นไก่เก่งมีความสามารถชนชนะสร้างชื่อเสียงโด่งดัง เป็นที่ต้องการของคนต่างถิ่น เป็น “ไก่อูตัวใหญ่ สีเหลือง หางขาว” ผู้คนสมัยนั้นมักพูดเสมอว่าเป็น “ไก่เหลืองหางขาวไก่เจ้าเลี้ยง” คำพูดนี้ติดปากคนบ้านกร่างมาจนทุกวันนี้
จากการศึกษาภาพเขียนฝาผนังที่วิหารวัดสุวรรณดาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา พบว่าเป็นภาพเขียนเก่าแก่ มีอยู่ภาพหนึ่งเป็นภาพพระนเรศวรฯชนไก่ ใต้ภาพบรรยายไว้ว่า “พระนเรศวรฯ เมื่ออยู่หงสาวดี เล่นพนันไก่กับมังสามเกียด มังสามเกียดก็ว่าไก่เชลยเก่ง พระนเรศวรฯ ตรัสตอบว่าไก่เชลยตัวนี้จะพนันเอาเมืองกัน ต่างองค์ต่างไม่พอใจในคำตรัส พ.ศ.2120 พระชันษา 23 ปี” ซึ่งภาพไก่ที่เขียนเป็นไก่เหลือง หางขาว แข้งขาว ปากขาวอมเหลือง ตาเหลือง ดังนั้น ไก่ชนที่พระนเรศวร นำไปจากบ้านกร่าง จึงน่าจะเป็น “ไก่เหลืองหางขาว”


…………..

แสดงความคิดเห็น